กองทัพเรือ คุมเข้มใช้น้ำมัน งดภารกิจไม่เร่งด่วน ลดใช้ยานพาหนะ หนุนประชุมทางไกลออนไลน์
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของโลก รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง
โดยรมว.กลาโหมได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมกำหนดแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งบรรเทาภาระงบประมาณของภาครัฐ
กองทัพเรือ ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวโดยทันที โดยกองทัพเรือได้กำหนดแนวทางย้ำมาตรการประหยัดพลังงานจากแนวทางเดิมให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และสอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย การควบคุมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับภารกิจที่ไม่เร่งด่วน การลดจำนวนเที่ยวการใช้ยานพาหนะราชการ การส่งเสริมการใช้ระบบประชุมทางไกลออนไลน์ แทนการเดินทาง การงดหรือเลื่อนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนและมีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจำนวนมากออกไปก่อน
รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในหน่วยงานอย่างเข้มงวด เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามมาตรการของรัฐบาล การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน และการตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น รวมทั้งมีมาตรการในการกำกับควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามสั่งการโดยเคร่งครัด
นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้พิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานนอกที่ตั้งหน่วยในลักษณะ Work from Home สำหรับงานด้านธุรการ งานวิเคราะห์ และงานอำนวยการที่สามารถดำเนินการผ่านระบบสารสนเทศของทางราชการได้ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทาง ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการใช้พลังงานโดยรวม ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลัก โดยเฉพาะในเรื่องของความพร้อมรบและการปฏิบัติการทางทหารอย่างเด็ดขาด
กองทัพเรือยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของรัฐ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมรบและความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนในปัจจุบัน

