หน้าแรก ในประเทศ คนไทยในอิหร่า...

คนไทยในอิหร่าน ล็อตแรกถึงแล้ว หลังอพยพมา 3 วันติด พร้อมเผยสถานการณ์จริงในเตหะราน

12.03.26 | 12:02 น.

คนไทยในอิหร่าน ล็อตแรกถึงแล้ว หลังอพยพมา 3 วันติด พร้อมเผยสถานการณ์จริงในเตหะราน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มีนาคม นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ตัวแทนกระทรวงแรงงาน ต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอพยพออกจากประเทศอิหร่านและเดินทางกลับมาผ่านทางประเทศตุรกี จำนวน 34 คน แบ่งเป็น เป็นแรงงาน 20 คน นักศึกษา 6 คน และครอบครัวอีก 8 คน ที่บริเวณชั้น 2 ประตู 10 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ

นางศศิวิมล ลามอ อายุ 53 ปี ชาวนนทบุรี กล่าวว่า อันดับแรกต้องของขอบคุณนายกรัฐมนตรี กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าช่วยเหลือในการอพยพแรงงานไทยในครั้งนี้ช่วยให้คนไทยที่ไปทำงานในครั้งนี้กลับมาอย่างปลอดภัย

ตนไปทำงานนวดสปาอยู่ประเทศอิหร่านมา 11 ปีซึ่งเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้มาเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเดือนมิถุนายนแต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนครั้งนี้ ซึ่ง ทางสถานทูตไทยในไทยกรุงเตหะรานก็มีมีส่วนช่วยเหลือหลักๆในการอพยพชาวไทยเพื่อไปที่ เมืองวาน ชายแดนประเทศตุรกี ก่อนบินกลับมาในครั้งนี้

ในตอนแรกยังไม่คิดว่าจะกลับไปประเทศไทย เพราะคิดว่าคงเหมือนเหตุที่เคยเกิดขึ้นแต่พออยู่มาเกือบ 10 วัน เห็นว่ามันรุนแรงขึ้น ทางนายจ้างของตนก็เลยบอกว่าให้พนักงานกลับไปที่ประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

Advertisement

ตนคิดว่าจะเดินทางกลับไปอีกหากเหตุการณ์ทุกอย่างสงบแล้ว เพราะเรื่องค่าแรงจากการทำงานก็มีรายได้ดีและนายจ้างก็ดูแลเราเหมือนครอบครัว

วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาก ซึ่งใช้เวลาการอพยพมา 3 วันติด ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 12 มีนาคม โดยนอนพักที่สถานทูตไทยในกรุงเตหะราน 1 คืน รุ่งเช้าก็เดินทาง ไปที่ชายแดนของประเทศอิหร่านเพื่อข้ามไปยังเมืองวาน ของประเทศตุรกี และพักผ่อน 1 คืน ก่อนที่จะเดินทางขึ้นเครื่องบินมาประเทศไทยในช่วงเช้าต่อไป ซึ่งการเดินทางไม่ได้มีอุปสรรคใดๆ

ตอนนี้ไม่มีเพื่อนแรงงานของตนที่ทำงานอยู่ในกรุงเตหะรานแล้ว จะเหลือก็แต่ผู้ที่มีสามีเป็นชาวอิหร่านและไม่มีความประสงค์จะกลับ

นาย พรพจน์ พุทไทยสง อายุ 40 ปี ชาวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่มีข่าวนั้นอาจจะมีจริงบ้างไม่จริงบ้าง ซึ่งจุดที่ตนอยู่ในกรุงเตหะรานนั้นไม่ได้รุนเเรงขนาดนั้น แต่จุดรุงเเรงคือจุดที่เป็นหน่วยงานราชการอย่างสถานีตำรวจหรือกรมทหาร แต่ส่วนที่พักอาศัยก็มีการปะทะเป็นบางส่วน แต่ไม่รุนแรงมาก

ส่วนการตัดสินใจหลักๆในการกลับมาครั้งนี้ เพราะครอบครัวและเจ้านาย มองว่าต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน ตนไปทำงานอยู่ 12 ปี ทำงานนวดสปา แรงงานชาวไทยส่วนใหญ่ทำงานนวดสปาและแรงงานในบ่อกุ้ง โดยค่าแรงเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 30,000 -32,000 บาท

ส่วนตัวตนยังมั่นใจยังในระบบป้องกันภัยของอิหร่าน ว่าน่าจะรับมือสถานการณ์ได้อยู่

ด้าน นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายให้ช่วยเหลือชาวไทย โดยส่งทีมของกรมการกงสุลเดินทางไปที่เมืองวาน ชายแดนตุรกี ซึ่งอยู่ติดกับทางประเทศอิหร่านและให้ทางอุปทูตของประเทศอิหร่านของไทยนำคนไทยทั้งหมดซึ่งรวบรวมให้ได้มากที่สุดกลับมา โดยมีการอพยพมาสองครั้งยอดรวมตอนนี้ประมาณ 116 คน รวมเจ้าหน้าที่สถานทูตด้วยประมาณ 130 คน

ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตไทยในกรุงเตหะราน ได้ให้ประจำการที่เมืองวาน ประเทศตุรกีเป็นการชั่วคราวเพื่อรอรับชาวไทยที่ยังเหลืออยู่ในประเทศอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่อีกประมาณ 70 ถึง 80 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่ อยู่ในระดับชั้นที่ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว มองว่าหากไม่ได้เรียนต่อก็อาจจะไม่เป็นผลดีกับตัว ซึ่งก็ไม่ได้มีการประทะในจุดนั้นด้วย

โดยคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน สำหรับวันนี้และวันพรุ่งนี้(13 มี.ค.) รวมทั้งหมด 64 คน แบ่งเป็นพนักงานนวดสปา 41 คน คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นชาวอิหร่าน 13 คน นักศึกษา 6 คน และพนักงานฟาร์มกุ้ง 4 คน ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีคนไทยเดินทางจากกรุงอิสตันบลู ประเทศตุรกี มาอีก 30 คน เป็นแรงงาน 27 คน และครอบครัว 3 คน

ด้าน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า แรงงานล็อตนี้ ถือเป็นล็อตแรกจำนวน 18 คน หากนับแค่เเรงงานชาวไทยจากประเทศอิหร่าน ซึ่งที่เข้ามาก่อนหน้านี้เป็นของประเทศบาห์เรน รวมเบ็ดเสร็จทั้งสิ้นที่กระทรวงแรงงาน นำกลับมาถึงประเทศไทยแล้วทั้งหมด 35 คน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6

โดยในวันนี้จะมีการเเจกคิวอาร์โค้ดแจกให้กับแรงงานไทนที่กลับมาว่า ต้องการให้กระทรวงเเรงงานช่วยเหลืออย่างไรบ้าง พร้อมสอบถามถึงความพร้อมในการทำงานในประเทศหรือมีความประสงค์ที่จะกลับไปทำงานที่ประเทศอิหร่าน

แรงงานชุดนี้เป็นแรงงานที่ทํางานถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่ได้สมัครงานผ่านกรมการจัดหางาน แต่เราจะมาคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้พวกเขาได้ทำงานอีกครั้ง โดยการเเจ้งผ่านกรมแรงงานจะได้เข้าเป็นสมาชิกกองทุนหากเกิดเหตุการณ์อะไรก็จะได้นำเงินจากกองทุนเข้ามาช่วยเหลือ

โดยขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานได้รับการประสานจากแรงงานชาวไทยในตะวันออกกลางที่มีความประสงค์ที่จะกลับประเทศมากพอสมควร ประมาณ 940 คน