เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบก.ทท.) พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสงสิ่ง ผกก.สน.พญาไท พ.ต.ท.ปกรณ์ ภาวิไล รอง ผกก.สส.สน.พญาไท พ.ต.ท.กัมพล รัตนประทีป รอง ผกก.ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. พ.ต.ท.พงศ์ดนัย วิมุกติบุตร สว.สส.สน.ดินแดง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.ดวง หรือดา ธิดา อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา นายฐเดช หรือต่อ นิธิธัชชัย อายุ 45 ปี ชาวไทย (สามี น.ส.ดวง) น.ส.เม อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา น.ส.อ้อย อายุ 32 ปี สัญชาติกัมพูชา และนายสมปอง หรือดำ บุตรี อายุ 70 ปี ชาวไทย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง เงินสดจำนวน 74,790 บาท สร้อยข้อมือชุบทองคำ 1 เส้น และสร้อยคอชุบทองคำ 1 เส้น ใบมีดโกน 2 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณตลาดผ้าประตูน้ำข้างตึกใบหยก แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง บ้านเลขที่ 2029/54 นิวฟ้าใหม่อพาร์ทเม้น ซ.เจริญกรุง 77 แขวงวัดพระยาไกร เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 07.00 น.ต่อเนื่อง 17.30 น. วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีเหตุคนร้ายก่อเหตุกรีดกระเป๋านักท่องเที่ยวและคนไทยในย่านประตูน้ำและพื้นที่สำคัญใจกลางเมืองอยู่บ่อยครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสนธิกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสรวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ดังกล่าวจนทราบว่าคนร้ายเป็นชาวกัมพูชาและชาวไทยมีการทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่การลงมือก่อเหตุอย่างชัดเจน จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว กระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังก่อเหตุจึงแสดงตัวเข้าทำการจับ แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาไหวตัวทันจึงทำให้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เพียง 2 คน คือ น.ส.ดวง และนายสมปอง พร้อมกับของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และใบมีดโกนจำนวน 2 ใบ จากนั้นจึงขยายผลไปตรวจค้นที่ห้องพักนิวฟ้าใหม่อพาร์ทเม้น ซ.เจริญกรุง 77 ซึ่งเป็นห้องพักและที่กบดานของคนร้ายกลุ่มนี้ พบนายฐเดช น.ส.เม และ น.ส.อ้อย อยู่ในห้องพัก และจากการตรวจค้นพบของกลางเงินสดและโทรศัพท์มือถืออีก 7 เครื่อง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวนต่อที่ สน.พญาไท

ผบก.สปพ.กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดย น.ส.ดวงให้การว่าตนพร้อมพวกเดินทางมาจากประเทศกัมพูชาด้านตะเข็บชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนจะนั่งรถตู้มาที่ย่านประตูน้ำเพื่อมาก่อเหตุ หลังก่อเหตุเสร็จก็จะเดินทางกลับโดยทันที ซึ่งที่ผ่านมาเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 30-40 ครั้ง ทำมานานกว่า 2 ปี โดยจะเน้นก่อเหตุในพื้นที่ตลาดประตูน้ำเนื่องจากมีความคุ้นเคยและชำนาญพื้นที่ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการก่อเหตุ ทั้งนี้หากมีสมาชิกคนใดในกลุ่มถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ ก็จะทำให้หลบหนีได้โดยสะดวก โดยแต่ละครั้งจะมีการเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่สะพายกระเป๋าไว้ด้านข้าง และแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ซึ่งตนจะมีหน้าที่กรีดกระเป๋าและเก็บทรัพย์สิน ส่วน น.ส.เม และ น.ส.อ้อย จะทำหน้าที่เป็นคนบัง แต่หากใครพร้อมที่จะลงมือก็จะสามารถทำหน้าที่เป็นผู้กรีดกระเป๋าเหยื่อได้ทันที ส่วนนายฐเดช สามีของตนนั้นจะทำหน้าที่เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จัดหาที่พักและตลอดจนการนำพาผู้ร่วมขบวนการนำทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุไปขาย ขณะที่นายสมปองจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูต้นทางขณะก่อเหตุ อย่างไรก็ตามหากลงมือก่อเหตุแล้วได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดก็จะทำการแบ่งกันทันทีหลังก่อเหตุ แต่หากได้เป็นโทรศัพท์หรือของมีค่าก็จะนำไปขายตามร้านรับซื้อต่างๆ รวมถึงนำกลับไปขายยังประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ที่ผ่านมาเคยก่อเหตุได้ทรัพย์สินสูงสุด 7-8 หมื่นบาทต่อครั้ง โดยวิธีการกรีดกระเป๋าตนได้ศึกษาต่อมาจากเพื่อนชาวเวียดนามอีกที
ด้านนายสมปองให้การว่า รู้จักกับผู้ต้องหากลุ่มนี้มาได้ 2 ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นคนรับรถให้กับบ่อนการพนันบาคาร่าแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน แต่ต่อมาบ่อนดังกล่าวปิดตัวลงทำให้ตนขาดรายได้ จึงมารับจ้างเข็นเสื้อผ้าที่ตลาดก่อนจะมารู้จักกับขบวนการกรีดกระเป๋าของ น.ส.ดวงและพวก โดยจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 500 บาท
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะประสานไปยัง ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความเชื่อมโยงเข้าข่ายการกระทำผิดฐานฟอกเงินหรือใหม่ และฝากประชาสัมพันธ์หากประชาชนท่านใดที่เคยถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวก็ให้มาแจ้งความเพิ่มเติมที่ สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ดวง น.ส.เม น.ส.อ้อย นายสมปอง ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ส่วนนายฐเดช เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว ก่อนส่งตัว น.ส.ดวง น.ส.เม น.ส.อ้อย นายสมปอง ให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนายฐเดชจะดำเนินการให้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

