กทม. เดินหน้าขุดลอกท่อระบายน้ำ 3.7 พันกม. รับมือฝนตกหนัก หวั่นกระทบพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม

21.05.17 | 17:00 น.
แฟ้มภาพจากสำนักการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมภายหลังที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักกการระบายน้ำ ได้เตรียมการณ์ความพร้อมก่อนฤดูฝนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยอันดับแรกได้ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่กทม. ระยะทาง 3,700 กิโลเมตร (กม.) ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 60 และในส่วนของการขุดลอกคูคลองที่ได้ตั้งเป้าหมายดำเนินการไว้ 33 คลองระยะทาง 200 กม.ขณะนี้ก็ได้ดำเนินไปแล้วร้อยละ 50 ภายในปลายปีนี้ก็จะเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำและคูคลองให้แล้วเสร็จเพื่อจะช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ดีขึ้น ต่อมาในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำที่กระจายอยู่ในพื้นที่ 176 แห่งรวมประมาณ 200 เครื่อง ขณะนี้ทางสำนักการระบายได้บำรุงรักษาและซ่อมแซมจนพร้อมใช้งานถึงร้อยละ 98 หมายความว่า หากเกิดน้ำท่วม กทม.สามารถประสานงานเพื่อเร่งสูบน้ำอย่างทันทีทันใด อีกทั้งยังมีเครื่องสูบน้ำสำรองอีก 200 เครื่องไปติดตั้งเพื่อช่วยดึงน้ำไปติดตั้งตามเขตต่างๆ หรือพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมที่ทางสำนักงานเขตร้องขอ

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ไม่เพียงเท่านั้นยังจัดเตรียมหน่วยเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว (หน่วยเบสท์) คอยช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ๆ ต่างตลอดช่วงหน้าฝน รวมถึงยังมีศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกทม. กองสารสนเทศ สำนักการระบายน้ำ ที่มีเจ้าหน้าที่ติดตาม รายงานสถานการณ์ฝนตกและจุดน้ำท่วม ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลอย่าง real time ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

“ที่ผ่านมาพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้กำชับให้สำนักการระบายน้ำเร่งระบายให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม 20-30 จุด ซึ่งปฎิเสธไม่ได้อยู่แล้วว่าหากฝนเกิดตกหนักน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ แต่จะทำอย่างไรให้น้ำเร่งระบายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็พบว่าฝนตกหนัก ทั้งในพื้นที่แบริ่ง ลาซาล สุขุมวิท หลักสี่และฉิมพลีเกิดน้ำท่วมขังสูง แต่ทางกทม.ก็สามารถได้อย่างรวดเร็วขึ้น เมื่อก่อนอาจใช้ระยะเวลาระบายน้ำ 5-6 ชม. แต่ตอนนี้เพียง 1-2 ชม.ก็สามารถระบายน้ำให้แห้งได้แล้ว ซึ่งปีนี้ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากทม.จะมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพราะจากเดิมที่ความสามารถระบายน้ำได้เพียง 333 ลบ.ม.ต่อวินาทีแต่ขณะนี้มีความสามาระบายได้ถึง 478 ลบ.ม.ต่อวินาที” นายสมพงษ์กล่าว