ปลัดสธ.จ่อออกระเบียบช่วยเหลือ ‘แพทย์-บุคลากร’ รับผลกระทบระหว่างปฏิบัติหน้าที่

22.05.17 | 14:29 น.
นพ.โสภณ เมฆธน

จากประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กรณี นพ.ฐาปกรณ์ ทองเกื้อ หรือหมอบอล อายุ 30 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ป่วยแต่ยังเห็นแก่คนไข้รักษาพยาบาลจนตัวเองเสียชีวิต จนเกิดกระแสตำหนิกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ไม่มีระบบดูแลบุคลากรทางการแพทย์ แม้ ปลัดสธ. ออกแนวทางเบื้องต้นช่วยเหลือแล้ว ซึ่งในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมหารือเพื่อร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว โดยผู้จัดใช้ชื่อว่า คน สธ. ซึ่งงานจัดขึ้นที่โรงแรมมารวยการ์เด้นท์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงแผนการดำเนินการแก้ปัญหาภาระงานแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในระยะยาว ว่า    เข้าใจดีว่าหลายฝ่ายเป็นห่วง และมีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับภาระงานของแพทย์ที่หนัก ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่ยังมีวิชาชีพอื่นๆด้วยที่ทำงานเพื่อคนไข้อย่างมาก จุดนี้ก็ต้องวางระบบให้สอดคล้องกับภาระงาน  อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีแพทย์นั้น  ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม  กรมควบคุมโรค ซึ่งเคยศึกษาเกี่ยวกับภาระงานแพทย์ โดยให้รวบรวมข้อมูลว่า ภาระงาน เวลาในการทำงาน เวลาในการอยู่เวรนั้น เป็นอย่างไร  จากนั้นให้เสนอมายังตนอีกครั้ง เพราะตัวเลขเหล่านี้จะทำให้ทราบข้อมูลที่แท้จริง และบริหารจัดการอย่างตรงจุด จากปัจจุบันก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากภาระงานที่หนักทำให้เสี่ยงเกิดข้อผิดพลาดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และอาจมีผลต่อชีวิต สธ.จะมีมาตรการอย่างไร      นพ.โสภณ กล่าวว่า ตนเห็นใจและเข้าใจมาตลอด อย่างกรณีพยาบาลขึ้นรถฉุกเฉินไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่เกิดอุบัติเหตุ จนเสียชีวิตนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องมีการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้  นพ.มารุต จิรเศรษฐสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ไปจัดทำร่างระเบียบในการช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับผลกระทบระหว่างปฏิบัติหน้าที่ คล้ายๆ กรณีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการรับบริการก็จะมีการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยในร่างระเบียบช่วยเหลือบุคลากรสาธารณสุขนั้น จะจ่ายเบื้องต้น 4 แสนบาท

“จริงๆไม่เพียงพอ ซึ่งผมกำลังจะขอหารือท่านนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. ว่า จะมีแนวทางช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างไรต่อ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะช่วยในเรื่องของการเยียวยา ซึ่งอาจไม่ใช่แค่เงิน อาทิ หากเป็นข้าราชการสาธารณสุข และมีลูก สามารถเปิดให้ลูกบรรจุข้าราชการได้เลยหรือไม่ หรือแนวทางช่วยเหลืออื่นๆ โดยคาดว่าจะหารืออีกครั้งเร็วๆนี้” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ปัญหาแพทย์นั้น นอกจากภาระงานหนัก จนลาออก ส่วนหนึ่งก็ไปอยู่รพ.เอกชน ที่เรียกว่า สมองไหล ซึ่งจุดนี้ก็ไม่ต่างจากพยาบาลเช่นกัน การแก้ปัญหาก็ต้องทำในภาพรวม และต้องแก้ปัญหาด้วยการดึงพวกเขาให้อยู่ในระบบให้นานที่สุดด้วย ซึ่งปัญหาแพทย์สมองไหล ก็มีหลายอย่าง มาจากภาระงานที่เพิ่มขึ้น ความกังวลถูกฟ้องร้องจากการบริการทางการแพทย์ ซึ่งพบว่าแพทย์หลายคนกังวลเรื่องฟ้องร้อง โดยเฉพาะการพิจารณาเป็นคดีผู้บริโภค   ซึ่งผมมองว่า แนวทางหนึ่งที่ช่วยได้ในระดับหนึ่งคือ การเพิ่มความเข้มแข็งในระบบปฐมภูมิมากยิ่งขึ้น อาทิ คลินิกหมอครอบครัว ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมหลากหลายวิชาชีพ มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแกนหลัก ทำงานร่วมกับทีมหมออนามัยลดการป่วย ลดภาวะแทรกซ้อน สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เพราะหากทำจุดนี้ได้ดีก็จะลดความแออัดในรพ.ใหญ่ๆ ได้

Advertisement