วงการสาธารณสุขเตรียมหารือ 23 พ.ค.นี้ ระดมแนวทางป้องกันหมอโหมงานหนักจนเสียชีวิต!

22.05.17 | 16:40 น.
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์สาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาขาดไทย กล่าวถึงการเตรียมการจัดงานประชุมวันที่ 23 พฤาภาคมนี้ ที่โรงแรมมารวยการ์เด้นส์ เพื่อหารือกรณี นพ.ฐาปกรณ์ ทองเกื้อ หรือหมอบอล อายุ 30 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ป่วยแต่ยังเห็นแก่คนไข้รักษาพยาบาลจนตัวเองเสียชีวิต โดยจะหารือกันเพื่อหาแนวทางป้องกันระดับประเทศว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะมีบุคลากรสาธารณสุขที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม เพื่อต้องการผลักดันให้สังคมรับทราบถึงปัญหาความขาดแคลนในระบบสาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมามีการตั้งรับการป้องกันโรคแต่ก็ไม่สำเร็จ เห็นได้จากช่วง 15 ปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยมากและมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น ในหอผู้ป่วย มีความแออัดเพราะรับคนไข้มากกว่าจำนวนที่รับได้ เพราะไม่สามารถผลักผู้ป่วยไปที่อื่นได้ ทั้งนี้ จากความแออัด การทำงานหนัก ย่อมทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ส่วนมากทำงานติดต่อกัน 35-36 ชั่วโมง ก็มีความเสี่ยงรับผลกระทบ ทั้งการติดเชื้อจากการรักษา ความเหนื่อยอ่อนอิดโรย ฯลฯ

“เพราะความแออัดของผู้ป่วยทำให้แพทย์ตาม รพ.ในมหาวิทยาลัย รพ.ศูนย์ และ รพ.จังหวัด มีการทำงานเกิน 24 ชั่วโมง แน่นอน 100% ซึ่งต้องเข้าใจว่าแพทย์ไม่ใช่เครื่องจักร ทั้งนี้จริงๆ คือไม่ควรเกิน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ ติดต่อกัน ไม่เกิน 24 ชม. แต่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานในการดูแลบุคลากรทางการแพทย์ หากมีมาตรฐานก็ไม่สามารถทำได้เพราะจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้น” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องไปเน้นปฐมภูมิ ซึ่งแม้ สธ.จะมีนโยบายนี้ที่ชื่อว่า คลินิกหมอครอบครัว แต่กว่าจะสำเร็จต้องรอเป็น 10 ปี ระหว่างนี้ก็ต้องมีมาตรการอื่นๆ ซึ่งตนทำงานในแวดวงสาธารณสุข รู้ดีว่า ต้องไปเน้นที่ชุมชน โดยอาศัยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพ.สต.) ทำหน้าที่นี้ในการส่งเสริมสุขภาพ และดูแลตั้งแต่ต้น ซึ่งควรกระจายแพทย์มาปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ โดยอาจไม่ต้องเป็นหมอเวชศาสตร์ แต่ขอเป็นหมอที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัย จ่ายยา ให้ผู้ป่วยได้ ซึ่งไม่ใช่แค่แพทย์ หากเป็นพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญก็ทำได้เช่นกัน

นายริซกี สาร๊ะ แกนนำสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ กล่าวว่า  เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี ได้มีการประชุมใหญ่ชมรม ผอ.รพ.สต. จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2560 “หมออนามัยชายแดนใต้ ร่วมใจ สานสายใย กับ ศอ.บต.” พร้อมรับหนังสือข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิความก้าวหน้าของนักสาธารณสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีข้อเสนอต่างๆ จากหมออนามัย ซึ่งส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข รับรู้ว่าหมออนามัยในจังหวัดชายแดนใต้ ล้วนทำงานท่ามกลางความยากลำบาก เสี่ยงภัย เช่นเดียวกับวิชาชีพอื่นในกระทรวงสาธารณสุข และต้องการให้ประชาชนมีสุขภาพดี อีกทั้งหมออนามัยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด ทุ่มเททำงานอยู่ด่านหน้าในพื้นที่ชนบท จึงมีความยากลำบาก และเสี่ยงภัยกว่าหน่วยงานสาธารณสุขระดับอื่นหลายเท่า

นายริซกีกล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรใส่ใจสนับสนุนในทุกประเด็น เช่น ความก้าวหน้า ค่าตอบแทน และการบรรจุของหมออนามัยชายแดนใต้เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งมาตรการความปลอดภัย เช่นการสนับสนุนรถรับส่งเจ้าหน้าที่ทุก สสอ. การสนับสนุนรถ refer ทุก รพ.สต และมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ อย่างจริงจังเป็นรูปธรรมด้วย และในฐานะที่เป็นวิชาชีพฐานรากจึงควรได้สิทธิที่เป็นธรรม ทัดเทียมวิชาชีพอื่นๆ ในกระทรวงเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้เหมือนๆ กันด้วย

Advertisement