หน้าแรก ในประเทศ สุดสลด ผลชันส...

สุดสลด ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้าเกยตื้นสมุทรสงครามพบตั้งท้อง ของแข็งไร้คมกระแทก ลูกน้อยทะลัก

26.03.26 | 12:07 น.

สุดสลด ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้าเกยตื้นสมุทรสงครามพบตั้งท้อง ของแข็งไร้คมกระแทก ลูกน้อยทะลัก 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) โดย นายณรงค์ฤทธิ์ เลิศเกษตรวิทยา รักษาการผู้อำนวยการ ศวทบ. รายงานผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้าเกยตื้น จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพบที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสาคร โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สมุทรสาคร ลงพื้นที่ชันสูตรซากวาฬ พบเป็นวาฬบรูด้า (Bryde’s whale: Balaenoptera edeni) ไม่ทราบชื่อ เพศเมีย โตเต็มวัย ความยาว 11.5 เมตร สภาพซากเน่า ผิวหนังลอกหลุด สันนิษฐานว่าตายมาแล้วไม่เกิน 7 วัน

ในเบื้องต้นไม่สามารถเปรียบเทียบอัตลักษณ์วาฬบรูด้าในฐานข้อมูลได้เนื่องจากไม่พบลักษณะพิเศษภายนอกที่สามารถระบุตัวตนได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อวาฬบรูด้าเพื่อส่งตรวจเปรียบเทียบด้านพันธุกรรมต่อไป

ทั้งนี้ สัตวแพทย์ ศวทบ. ชันสูตรพบว่าวาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา 5 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอก ทั้งนี้ พบว่า ระบบกล้ามเนื้อโครงร่างพบการช้ำคั่งเลือดของกล้ามเนื้อบริเวณข้างลำตัวด้านซ้ายส่วนท้อง พบเลือดคั่งในเยื่อหุ้มกระดูกสันหลังส่วนเอว ที่ 5-8 (L5-L8)
ระบบทางเดินหายใจ บริเวณส่วนท้ายของปอดข้างซ้ายพบการคั่งเลือดในเนื้อเยื่อปอด หัวใจและหลอดเลือดมีโครงสร้างปกติ พบลิ่มเลือดนิ่มในหัวใจห้องขวา พบการฉีกขาดของกระบังลม มดลูกและบางส่วนของลำไส้ทะลักเข้าสู่ช่องอก

ที่สำคัญคือ พบลูกวาฬขนาด 117 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระยะต้น-กลางในการตั้งท้อง ทะลักอยู่นอกมดลูกด้วย

Advertisement

สำหรับอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับ ไต เน่าและไม่พบความผิดปกติที่สังเกตเห็นได้

สรุปสาเหตุการตายเกิดจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกโดยตรงบริเวณช่องท้องด้านซ้าย ส่งผลให้ความดันในช่องท้องสูงเฉียบพลัน กระบังลมฉีกขาด และดันให้อวัยวะภายในบางส่วนไหลเข้าสู่ช่องอก ทำให้หายใจลำบาก เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดและเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ในการจัดการฝังกลบซากดังกล่าว โดยโครงกระดูกของวาฬบรูด้าทั้งหมดอยู่ในระหว่างขั้นตอนการอนุรักษ์กระดูก เพื่อจัดแสดงภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนต่อไป