ศบก.ชี้ ตะวันออกกลางตึงเครียดสูง หลังห้ามเรือผ่านฮอร์มุซ ฮูตีประกาศร่วมรบ จ่อโจมตีสถานศึกษาสหรัฐ
เมื่อเวลา 11.05 น.วันที่ 30 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์มีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากที่อิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในช่องแคบบับเอลมันเดบ
โดยกระทรวงการต่างประเทศ กำลังติดตามเรื่องการเดินเรือโดยเฉพาะพาณิชย์ของไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงต้องเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ยังตั้งคณะทำงานเพื่อบูรณาการกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเร่งดำเนินการเจรจาให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซได้เดินทางออกมาอย่างปลอดภัย
นายปาณิดลกล่าวว่า ขณะที่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางทหารของสหรัฐ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งเป็นผลมาจากที่อิสราเอลโจมตีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอิสฟาฮาน ในเตหะราน เมื่อที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกองกำลังฯเตือนให้บุคลากร นักศึกษาและประชาชน ออกจากพื้นที่สถานศึกษาของสหรัฐ
นายปาณิดลกล่าวว่า สำหรับการประสานอพยพช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประสานเอกอัครราชทูตในประเทศรอบข้าง และจอร์แดนในการอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศ ส่วนในโอมานและเยเมน หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามประกาศโจมตี ยังไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บ จึงขอแจ้งเตือนคนไทย ให้มีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์มีคนไทยได้รับการช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลับประเทศไทย และไปประเทศที่ 3 จำนวน 1,532 คน ขอย้ำให้คนไทยเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสาร พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนะอย่างเคร่งครัด ลงทะเบียนช่องทางการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าในเดือน เม.ย. ทางกลุ่มแรงงานไทยได้ประสานการเดินทางกลับออกจากพื้นที่อย่างไรบ้าง นายปาณิดลกล่าวว่า ทางสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานว่าตัวเลขผู้ที่จะเดินทางกลับยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังไม่ได้ยินว่าจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ขอย้ำเตือนแรงงานไทย และคนไทยที่อยู่ในอิสราเอลต้องตื่นตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำ
เมื่อถามว่า เครื่องบินของอิสราเอลที่บินมาประเทศไทยโดยที่ประกาศปิดน่านฟ้าได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเข้ามาทำภารกิจอะไร นายปาณิดลกล่าวว่า แม้จะปิดน่านฟ้าแต่สองสายการบินของอิสราเอลยังทำการบินอยู่ ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่จัดให้บินในกรณีที่มีความจำเป็นเป็นรายกรณีไป ส่วนคนไทยที่จะอพยพในช่วงเวลานี้ จะเดินทางออกโดยผ่านพื้นที่ของจอร์แดน

