นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ ฝุ่นเหนือสูงเป็นประวัติการณ์ คนวิจารณ์ รัฐบริหารล้มเหลว ไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผย ผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” ระบุว่า
การจัดการฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือยังไร้ประสิทธิภาพ.. ค่าฝุ่นสูงติดอันดับโลก
ปัจจุบันเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าไม้ภาคเหนืออย่างรุนแรงและมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศเพื่อนบ้านประกอบกับทิศทางลมพัดฝุ่นPM2.5เข้าประเทศไทยทำให้เกิดสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤตในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569
1.รัฐบาลได้จัดทำแผนปฏิบัติการฯ ปี 2568-2570เพื่อป้องกันและลดฝ่นPM 2.5 โดยบูรณาการหน่วยงานร่วมกันโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ
1.1.นโยบาย “ปิดป่า” ปี 2569 กำหนดภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเพื่อป้องกันไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด
1.2.มาตรการ Burn Check บังคับใช้ระบบบริหารจัดการการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเคร่งครัด เกษตรกรต้องลงทะเบียนและได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการ
1.3.ลดการเผาภาคเกษตรโดยตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนในพื้นที่เกษตร กรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ผ่านการส่งเสริมเกษตรปลอดการเผาและนำเศษวัสดุไปใช้ประโยชน์ เช่น พลังงานชีวมวล
1.4.การแก้ไขหมอกควันข้ามแดนโดยใช้ Hotline Clear Sky ประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา และ สปป. ลาว) เพื่อลดจุดความร้อนข้ามแดนและหมอกควันข้ามแดนที่พัดเข้าสู่ไทย
1.5.จัดสรรงบประมาณกว่า 620 ล้านบาท สำหรับการจัดการไฟป่าและเงินอุดหนุนพื้นที่เสี่ยงอีก 122 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในท้องถิ่น
2.สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 โดยเฉพาะช่วงวันที่ 26-29 มี.ค.และในขณะนี้เข้าขั้นวิกฤต โดยเชียงใหม่ติดอันดับ1 เมืองมลพิษโลก พบจุดความร้อน (Hotspot) ทั่วประเทศหลายพันจุด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติและยังมีฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเมียนมาและสปป.ลาวพัดเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยอีกปริมาณมาก
3. ฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของภาครัฐในหลายมิติ
3.1.ข้อสั่งการที่ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ: แม้รัฐบาลจะสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและตั้งเป้าลดการเผาลง 15%แต่ในทางปฏิบัติยังพบการเผาป่าและพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง สำหรับมาตรการปิดป่า (ปิดพื้น ที่เสี่ยงไฟป่า)ตามมติ ครม. 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนรับมือPM2.5 โดยเน้นห้ามเข้าป่า,ลาดตระเวนเข้มข้นและการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะช่วยลดการเผาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุทั้งหมด เนื่องจากยังมีไฟป่า,มีการลักลอบเผาป่า, ฝุ่นข้ามแดน เป็นต้น
3.2.โครงสร้างการบริหารจัดการไม่ตอบโจทย์โดยระบบราชการ ปัจจุบันไม่สามารถรับมือกับวิกฤตได้ทันท่วงที ควรมีการกระจายอำนาจและงบประมาณให้ท้องถิ่นในพื้นที่จัดการแก้ไขได้เบ็ดเสร็จและส่วนกลางให้การสนับสนุน โดยมีตัวชี้วัดกำหนดไว้อย่างชัดเจน
3.3.ปัญหาฝุ่นข้ามแดนโดยรัฐบาลยังไม่สามารถจัดการกับต้นตอฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะมีการประสานงานผ่านช่องทาง”Hotline Clear Sky”แต่จำนวนจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านยังคงอยู่ในระดับสูง
3.4. ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือรุนแรงขนาดนี้แต่รัฐบาลยังไม่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (การประกาศเขตภัยพิบัติ) จากฝุ่น PM 2.5 เพื่อนำงบประมาณฉุกเฉินมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย

