เช็กเสียงสะท้อน ผู้ค้าในตลาดบ่นอุบ ของแพงขึ้น-คนเดินบางตา พ้ออาจต้องเลิกอาชีพ วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา
จากกรณีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง สงผลให้ทั่วโลกเกิดวิฤตพลังงาน โดยเฉพาะประเทศไทยที่เห็นผลทันทีหลังจากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตรึงราคาน้ำมันได้เพียง 15 วัน ก่อนปล่อยลอยตัวตามกลไก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทั้งระบบ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตลาดประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สอบถ้ามพ่อค้าแม่ค้าในตลาด โดย น.ส.กันต์ อายุ 26 ปี พนักงานขายส่ง เผยว่า ตอนนี้ที่ปรับราคาขึ้นแค่เบียร์ช้างคลาสสิก ขึ้นประมาณ 3 บาทต่อลัง ปกติขาย 630 ตอนนี้ขาย 635 บาทต่อลัง แต่เป็นขวดยังขายราคาเดิม ยี่ห้ออื่นยังไม่ขึ้น คนก็ซื้อน้อยลง แต่ยังพอขายได้อยู่ บางวันก็ขายดีบางวันก็ไม่ดีเท่าไหร่

“น้ำแพคยี่ห้อดังยังไม่ปรับขึ้น แต่มี 2 ยี่ห้อที่ปรับขึ้น 2-3 บาทต่อแพค หน้าร้านปรับขึ้นประมาณ 3-5 บาท เมื่อก่อนคนซื้อเยอะเพราะร้านจัดโปร แต่ตอนนี้น้อยลง น้ำมันปาล์มบางยี่ห้อก็ขึ้นแล้ว ซึ่งยี่ห้อไหนที่ขึ้นร้านก็ไม่ได้เอามาขาย เลือกแค่ยี่ห้อที่ราคาถูก เพราะลูกค้าก็ไม่ซื้ออยู่แล้วถ้าราคามันขึ้น ข้าวสารก็ขึ้นราคา แต่ที่ร้านยังมีสต๊อกเลยยังไม่ได้ขึ้นราคา ช่วงนี้ร้านยังไม่ปรับขึ้นราคา มีแค่น้ำดื่มบางยี่ห้อ และเบียร์ช้าง” น.ส.กันต์กล่าว
น.ส.กันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในตลาดบ่นกันทุกคน เพราะคนเงียบ ของก็แพงขึ้น คนซื้อของน้อยลง แย่จริงๆ เป็นกันทุกร้าน ตอนนี้ก็ดิ้นรนไปแค่นั้นเอง เพราะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วก็ต้องสู้ต่อไป ส่วนรัฐบาลไม่มีอะไรจะฝากแล้ว ก็ตามนั้นแหละทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
ด้าน นายแสน อายุ 47 ปี เจ้าของร้านกุ้งนางข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งขายข้าวเหนียวมะม่วงและมาลัยดอกไม้ กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ราคาดอกไม้ก็ขึ้นเป็นปกติ แต่ไม่ได้ขึ้นเยอะ ตอนนี้ยังพอขายได้ ทางร้านก็ไม่ได้ปรับราคา ขายตามต้นทุน ลูกค้าก็น้อยลงนิดหน่อยตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ก่อนไหว้ 10 พวง ตอนนี้ก็เหลือ 3 พวงพอ ไหว้รวมเลยทีเดียว

น.ส.กุ้งนาง อายุ 45 ปี ภรรยา กล่าวว่า น้ำมันขึ้นต้นทุนก็ขึ้น กำไรเราก็น้อยลง แต่เราเอาแค่พออยู่ได้ เราไม่ต้องไปขึ้นมาก ถึงตอนนี้เศรษฐกิจสภาพไม่คล่อง ขายแค่พออยู่กำไรไม่ต้องเยอะ ลูกค้าไปได้เราก็ไปได้ กำไรกินระยะยาวดีกว่า ไปด้วยกันอย่างนี้ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องขึ้นทุกอ่าง ประคองกันไปดีกว่า ฝากถึงรัฐบาล ไม่รู้จะพูดยังไง ให้หนูรวยขึ้นกว่านี้หน่อยคุณหนู ตอนนี้รวยจะไม่ไหวแล้วคุณหนู
ทั้งนี้ นายสมพงษ์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตะแขกผัดสด กล่าวว่า ตอนนี้มีแค่มะนาวที่ขึ้นราคา จาก 4 บาท เป็น 8 บาท ข้าวของก็ขึ้น 5-10 บาท แต่เราก็ปรับราคาขึ้นไม่ได้ ทุกวันนี้ลูกค้าน้อยมาก ของสดของทะเลก็เหมือนกัน ที่จอดรถก็เก็บตังค์ ยังไงไม่รู้ เขาให้ผู้รับเหมาประมูลหมด กทม.ไม่ได้ทำเอง เขาเหมามาแล้วจะทำยังไงก็ได้ สิ่งนี้ก็มีผลด้วย ปีก่อนก็ไม่หนักขาดนี้ ปีนี้ที่หนักยิ่งเพราะมีเรื่องน้ำมันอีก อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องน้ำมัน ทำให้น้ำมันถูกกว่านี้หน่อย เกษตรกรต่างจังหวัดเขาก็บอกน้ำมันแพง แต่ข้าวถูก ปุ๋ยก็แพง น้ำมันขึ้นทีละเยอะเหลือเกิน

นอกจากนี้ ป้านิตย์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและก๋วยจั๊บ เผยว่า เศรษฐกิจแย่ลง คนก็ไม่มี ขายไม่ดี พอได้กินไปวันๆ ยิ่งตอนเที่ยงยิ่งไม่มีเลย ต้นทุนก็เพิ่ม ข้าวของขึ้นทุกอย่าง เมื่อก่อนลงทุนวันละ 1,500 บาท ตอนนี้ 2,000 บาทก็เอาไม่อยู่ ได้ของเท่าเดิมแต่ต้องเพิ่มเงิน ป้ายังไม่ขึ้นราคาสงสารคนกิน ตอนแรกก็คิดว่าจะปรับปริมาณ เพราตอนนี้ขึ้นหมดแล้ว แต่สงสารคนกิน แต่ไม่รู้ป้าจะแบกได้เท่าไหร่ แม้แต่ถุง ถ้วย ก็ขึ้นราคา ถุงหิ้วเคยซื้อ 37 บาทขึ้นมาเป็น 45 บาทแล้ว
“บางทีก็เครียดอยากเลิกเหมือนกัน อยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ให้คนอยู่ได้ ให้การค้ามันดีขึ้นไม่ใช่เงียบแบบนี้ ขายมา 30 ปีแล้ว อยากจะเลิกในยุคนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีคน เพราะเศรษฐกิจมันแย่ คนอาจจะไม่มีตังค์ เกี่ยวกับน้ำมันแพงด้วย คนก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นคนก็เลยไม่กล้าใช้ตังค์ ก็เข้าใจว่าเขาก็คงไม่มี ก็ได้บ้างไม่ได้บ้างก็อยู่อย่างนี้” ป้านิตย์กล่าว


