ตาชั่งพันดาว : อย่าล้ำเส้น ถ้าวินิจฉัยออกนอกกรอบ ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำ
⦁…“ข้าราชการที่แท้จริง คือผู้ที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ากฎหมายคือเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู” ทีโอดอร์ โรเซอเวลต์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 26
⦁…สถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ซึ่งรัฐบาลปล่อยราคาขึ้นตามกลไกตลาดลาม “วิกฤตปากท้อง” ทำให้พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตรายวัน และวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น
⦁…ทัพใหม่ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.แต่งตั้งทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุดใหม่แทน “บิ๊กแรก พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์” ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังหรือเออร์ลี่ฯนายพล โดยแต่งตั้งให้ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสริมทีมรองโฆษก มี พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และ พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานสื่อสารที่ทันสมัย ถูกต้อง รวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นในองค์กร
⦁…อย่าล้ำเส้น วาทะเดือดจาก “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ส่งทนายลุยฟ้องกราวรูด 10 นายตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master หวังใช้ชั้นศาลพิสูจน์ความยุติธรรม หลังมองว่าถูกกลั่นแกล้ง ฝากบอกอย่าล้ำออกนอกกรอบเพราะหากวินิจฉัยเลยกรอบอำนาจตัวเอง นั่นหมายถึงจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ฟาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ฐานะหัวเรือใหญ่ชุดทำคดี บอกการฟ้องกลับเป็นเพียงเทคนิค “แก้เกี้ยว” ส่วน 3 สำนวนคดี “เว็บพนัน” เอี่ยวอดีตนายตำรวจใหญ่กับพวกที่ ป.ป.ช. ส่งคืนให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเพื่อให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วอยู่ระหว่าง “กรมปทุมวัน” พิจารณามอบให้หน่วยงานใดรับผิดชอบ
⦁…พลันเวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ถอนแจ้งความคดี “บิ๊กโจ๊ก” หมิ่นคำพูดย้ำชัดเป็นเรื่อง
“ส่วนบุคคล” ไม่เกี่ยวกับรูปคดีภาพรวมขององค์กร
⦁…ท้าพิสูจน์ “พิทักษ์ 4” พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมแจงดราม่า “บันไดทะลุฝ้า” ยันชั้น 2 ใช้งานได้จริงเป็นเพียงการปิดกั้นพื้นที่ชั่วคราวกันคนเร่ร่อน ส่วนที่ล่าช้าเหมือน
“ภัยพิบัติ” เพราะต้องรอนำสายไฟลงดินให้เสร็จสิ้นก่อนเพื่อรองรับการใช้งานของอาคารแห่งใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนอาคารที่ทำการและที่พักอาศัยเพื่อเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานให้ได้มาตรฐาน โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและข้าราชการตำรวจ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจในระยะยาว ที่ผ่านมาสำนักงานส่งกำลังบำรุง ไม่ได้ผิดสัญญาพร้อมปรับเงินผู้รับเหมางานล่าช้าแล้วกว่า 6 ล้าน
⦁…สาวไส้ขบวนการ “สวมสิทธิบัตร” ปฏิบัติการสนธิกำลังบุกที่ว่าการอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา รวบ นัฐพงศ์ จันทร์เกตุ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียน พร้อมลูกจ้างและนายหน้ารวม 6 ราย หลังทุจริตออกบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย โดยมิชอบ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เผยผลสอบสวน สุดแสบพบใช้บ้านร้างสวมสิทธิแรงงานต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแล้วกว่า 217 รายชื่อโดย 90% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แลกค่าหัวรายละหลักพัน บางเคสโขกหนักถึงครึ่งแสน หลักฐานมัดตัวแน่นทั้งสลิปโอนเงินคลิปเสียงล็อบบี้พยานให้เป็น “เงินให้โดยเสน่หา” หวังเลี่ยงบาลีข้อหาสินบน งานนี้สั่งขยายผลด่วนล่าตัวบงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง กำชับทุกพื้นที่กวาดล้าง “เหลือบกินงบ” ให้สิ้น
⦁…สอย “แกะดำ” เมืองนนท์ หิ้วตัว 3 นายตำรวจสังกัด สภ.เมืองนนทบุรี กับพวกรวม 5 คน ส่งฝากขังพร้อมค้านประกันตัว “คดีรีดเงินซื้อขายรถมือสอง” งานนี้พยานหลักฐานมัดตัวแน่น ขยายผลพบข้อมูลชวนตะลึงพฤติกรรมแสบสะท้านวงการ “ไม่ได้ทำครั้งแรก” แต่เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งจนย่ามใจ สุดท้ายโดนฟันไม่เลี้ยงทั้งวินัยและอาญา ม.157
⦁…ยกระดับ ธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นั่งแท่นประธานเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อบรมเข้มผู้ประนีประนอม เจ้าตัวย้ำชัดบทบาทสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมเคียงคู่ศาล เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงทางออกของปัญหาได้รวดเร็วและเป็นธรรม การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นเสริมทักษะรับมือข้อพิพาทที่ซับซ้อน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปขยายผลในหน่วยงานตนเอง งานนี้เดินหน้าตามนโยบาย อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพบุคลากรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในยุคข้อมูลข่าวสาร เสริมทักษะการคิดวิเคราะหเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรมให้สอดรับกับสังคมยุคใหม่
⦁…ลุ้นพักโทษ “คนชั้น 14” หลังศาลฎีกา เคราะห์ซ้ำมีมติเอกฉันท์ชี้ชะตาการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ต้องกลับเข้าเรือนจำกลางคลองเปรมรับโทษจำคุก 1 ปีใหม่แบบไม่นับเวลาเก่า ล่าสุดคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 22 วัน จนมีชื่อติดโผ 1 ใน 10 ผู้ต้องขังที่เรือนจำเสนอเข้าหลักเกณฑ์ “พักการลงโทษกรณีทั่วไป” ขั้นตอนจากนี้เตรียมตั้งคณะทำงานตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารให้รัดกุม คาดใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือนก่อนชงเรื่องให้คณะอนุกรรมการฯ วินิจฉัยชี้ขาด
⦁…ลุ้นระทึก คดีอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าลงชื่อแก้ไข ม.112 ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 ส.ส.ทั้งหมด ก่อนขอขยายเวลายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติ เห็นชอบร่างคำร้อง เพื่อยื่นศาลฎีกากล่าวหาอดีต 44 ส.ส.คดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเรียบร้อย ขั้นตอนจากนี้ จะส่งคำร้องให้กับสำนักคดี ป.ป.ช. ยื่นคำร้องศาลฎีกาต่อไป หากศาลประทับรับคำร้อง 10 ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่มจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที มีขั้นตอนธุรการศาล 9-10 เม.ย.นี้ หัวหน้าเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำทัพปชน.ถลกนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาได้
⦁…เชิดชู “ข้าราชการพลัส” นามเรียกขาน “สร.1” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบเกียรติบัตรข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2569 ปีนี้ทัพสีกากีตบเท้าเข้ารับรางวัลสมเกียรติ มีชื่อ พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง, พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 และข้าราชการตำรวจดีเด่นรวม 10 นาย งานนี้ “สร.1” ฝากคาถาตำรวจยุคใหม่ต้องเป็น“ข้าราชการพลัส” ทำงานเชิงรุก-เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไป มีความไวต่อความเดือดร้อนของประชาชน ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง

