หน้าแรก ในประเทศ จับ 4 ผู้ต้อง...

จับ 4 ผู้ต้องหา ทลายเครือข่ายแลกเงินหยวนออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS เงินสะพัดกว่าพันล้าน

5.04.26 | 16:38 น.

CIB เปิดปฏิบัติการ Take Down PANDAPAYS เว็บไซต์ Exchange เถื่อน รับแลกเงินหยวนออนไลน์ 7 เดือนเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 เมษายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์, พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม น.ส.สุภร อายุ 37 ปี , นายก้าวหน้า อายุ 35 ปี , น.ส. กรรณิการ์ อายุ 30 ปี และ นายอลิส อายุ 34 ปี ฐาน “ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485


โดยของกลางมี คอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง,คอมพิวเตอร์ (PC) อีก 1 เครื่อง หลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ซอยสาธุประดิษฐ์ 15 แยก 2 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพฯ และ บ้านพักภายซอยพิบูลสงคราม 22 แยก 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. , รอง ผอ.ศปอส.ตร.
กำชับให้ตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร เพื่อทำลายระบบนิเวศของแก๊งสแกมเมอร์ที่ใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน ต่อมา กก.5 บก.ปอศ.

Advertisement

จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ลักลอบให้บริการแลกเงินหยวนออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS (แพนด้าเปย์) มีการโฆษณาชักชวนให้บริการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก โดยมีการให้บริการรับซื้อแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับเงินบาทไทย , บริการเติมเงินหยวนผ่านช่องทาง Alipay, Wechat และรับฝากสั่ง หรือฝากจ่ายสินค้าในแพลตฟอร์ม Taobao, Alibaba หรือ Tmall เป็นต้น

โดยลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิก และทำการยืนยันตัวตน (KYC) ในเว็บไซต์ https://pandapays.co/ จึงจะสามารถเลือกใช้บริการของ PANDAPAYS ข้างต้นได้ ซึ่งในการให้บริการรับแลกเงินหยวน และฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้า จะคิดกำไรจากค่าบริการ และส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนปกติ ประมาณ 0.10-0.15 บาท ต่อ 1 หยวน

โดยจะให้ลูกค้าโอนเงินบาทไทยเข้าบัญชีธนาคารของ นายก้าวหน้า จากนั้นจะเติมเงินหยวนกลับเข้าบัญชี Alipay ที่ลูกค้าแจ้ง จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ให้บริการชื่อ PANDAPAYS เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรับแลกเงิน จากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการทำธุรกรรมรับแลก และรับจ่ายเงินหยวน จำนวน 6 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในห้วงระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยมีการรับและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคล และนิติบุคคลจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการโอนเงินต่อไปยัง ศูนย์ซื้อขายที่ ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.สุภร และ นายอลิส เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ทำหน้าที่บริหารกิจการในภาพรวม กำหนดเรท ราคาเงินหยวนในแต่ละวัน ควบคุมสั่งการในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ส่วน นายก้าวหน้า ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงินจากลูกค้า และเป็นผู้ทำธุรกรรมบัญชีธนาคาร และ น.ส.กรรณิการ์ ทำหน้าที่เป็นแอดมินตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และตอบคำถามลูกค้า ซึ่งเว็บไซต์ PANDAPAYS มีการดำเนินกิจการภายในทาวน์เฮ้าส์ ย่านถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพฯ และบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองนนทบุรี จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมทั้ง 4 ราย ได้พร้อมของกลางดังกล่าว

สอบผู้ต้องหาให้การรับสารภาพสอดคล้องกันว่า ได้เปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS ตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยรู้จักกับชาวจีนจึงได้เปิดบัญชี Alipay เพื่อใช้สำหรับโอนเงินหยวนให้กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาขอแลกเงิน ซึ่งจะมีการบวกค่าเงินสูง จากอัตราแลกเปลี่ยนปกติเพื่อเป็นกำไร โดยจะได้กำไรมากน้อย ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น ๆ

โดยฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์รับจ่ายเงิน หรือรับชำระเงินแทน อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ระบบการชำระเงิน พ.ศ.2560 ซึ่งจะทำการสอบสวนขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชนที่มีความต้องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ทำทีเป็นรับแลกเปลี่ยนโอนเงิน แต่เมื่อโอนไปแล้วกลับเสียเงินฟรีๆ และเงินที่ได้รับมามีโอกาสที่จะเป็นเงินที่กลุ่มมิจฉาชีพได้มาจากการกระทำความผิด มีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อายัดบัญชีธนาคาร หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปัจจุบันตรวจสอบพบว่า มิจฉาชีพมีการใช้บริการรับแลกเงินเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว เป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงินที่ได้จากการหลอกลวงหรือธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อนำออกไปต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการกวดขันปราบปราม เพื่อเป็นการตัดช่องทางทางการหมุนเวียนเงินนอกระบบและเงินผิดกฎหมายของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง หากพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป