งานวิจัยชี้ฝุ่นพีเอ็ม2.5กระตุ้นยีนในปอดกลายพันธุ์ สาเหตุมะเร็ง ระบุ 8 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตเพราะฝุ่นชนิดนี้
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือมีค่าสูงมากและเกิดขึ้นเป็นเวลานาน เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะประชาชนมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากฝุ่น PM2.5 ทำให้เซลล์ในปอดกลายพันธ์ุได้
นายสนธิกล่าวว่า ขณะนี้ภาคเหนือมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงกว่าข้อเสนอแนะของ WHO มากกว่า 5-10 เท่า เป็นเวลานานมากกว่า 20 วันแล้ว ผู้ที่สัมผัสมากๆ ในระยะยาวมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการกลายพันธ์ุของยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) ในปอดซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมไป
“นักวิทยาศาสตร์จากประเทศอังกฤษทีมวิจัยของ Francis Crick Institute ทำงานวิจัยกับประชาชนอาศัยในประเทศอังกฤษและประเทศในเอเชียโดยใช้ตัวอย่างถึง 400,000 คน ซึ่งเป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่ งานวิจัยพบว่าในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงมาก ผู้ที่ได้รับปริมาณฝุ่น PM2.5 เข้าไปเป็นเวลานานๆ จะทำให้เซลล์ที่กำลังเติบโตในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ในปอดเกิดอาการอักเสบและโดยฝุ่น PM2.5 ที่สะสมในปอดกับอาการอักเสบที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้ยีน EGFR ที่อยู่ในเนื้อปอดที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมไป จนเกิดการกลายพันธ์ุหรือเกิด Mutations โดยเซลล์จะเจริญเติบโตขึ้นจนควบคุมไม่ได้และกลายเป็นมะเร็งปอดในที่สุด” นายสนธิกล่าว
นายสนธิกล่าวว่า งานวิจัยดังกล่าวชี้ว่ามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 มีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของประชาชนบนโลกมากกว่า 8 ล้านคนต่อปี ซึ่งเกือบจะเท่ากับจำนวนของผู้เสียชีวิตที่มาจากการสูบบุหรี่ในแต่ละปี รวมทั้งยังชี้ว่าฝุ่น PM2.5 นำไปสู่การเป็นมะเร็งปอดกว่า 2.5 แสนคนต่อปี ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องเร่งป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง

