หน้าแรก ในประเทศ แอมเนสตี้ ร้อ...

แอมเนสตี้ ร้องปล่อยตัว ‘ไซ ซอว์ แต็ก’ นักข่าวเมียนมา รายงานข่าวไซโคลน ถูกศาลทหารสั่งคุก 20 ปี

8.04.26 | 14:24 น.

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่น 3,008 แอคชั่น พร้อมส่งเสียง FreeSaiZawThaike ถึงสถานทูตเมียนมา เรียกร้องปล่อยตัว ‘ไซ ซอว์ แต็ก’ ช่างภาพข่าวที่ถูกจำคุกจากการรายงานความจริงเรื่องพายุไซโคลนในเมียนมา

เมื่อวันที่ 8 เมษายน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรม FreeSaiZawThaike ภายใต้แคมเปญ Write for Rights หรือ ‘เขียน เปลี่ยน โลก’ โดยยื่น 3,008 แอคชั่น ที่ร่วมในแคมเปญนี้ต่อสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัว ไซ ซอว์ แต็ก ช่างภาพข่าวชาวเมียนมา ที่ถูกศาลทหารตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปี เพียงเพราะรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์พายุไซโคลนในประเทศเมียนมา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย นักกิจกรรม และผู้คนที่รวมตัวกันโดยสงบที่หน้าสถานทูตเมียนมา ได้แต่งกายด้วยเสื้อโทนสีขาว สวมผ้าถุงและโสร่ง พร้อมสะพายกล้อง เพื่อสื่อถึงบทบาทของไซ ซอว์ แต็ก ในฐานะช่างภาพข่าว และเป็นการยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและเสรีภาพสื่อมวลชนในเมียนมา

Advertisement

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้แนวคิด “Capture the Truth is Not a Crime” การบันทึกความจริงไม่ใช่อาชญากรรมด้านหน้าสถานทูตเมียนมา ถือป้ายข้อความ และเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “Free Sai Zaw Thaike” พร้อมกัน 3 ครั้ง เสียงที่พูดออกมาพร้อมกันในกิจกรรม ไม่ใช่แค่การเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขา แต่ยังเป็นการยืนยันร่วมกันว่าการนำเสนอความจริงไม่ควรถูกดำเนินคดีหรือมีความผิด

ไซ ซอว์ แต็ก เป็นช่างภาพข่าวที่มุ่งมั่นถ่ายทอดประเด็นสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ผ่านภาพที่สะท้อนชีวิตผู้คนในเมียนมา ทั้งสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การชุมนุมประท้วงโดยสงบ และสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงขอเรียกร้องไปยังทางการเมียนมาให้ดำเนินการ

1.ปล่อยตัว ไซ ซอว์ แต็ก โดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากเขาถูกคุมขังเพียงเพราะการใช้สิทธิมนุษยชนของเขาโดยสงบ

2. สร้างหลักประกันว่าเขาจะได้รับการคุ้มครองจากการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ และอนุญาตให้เข้าถึงการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม

3. ยึดถือสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ