พม.เล็งปลดล็อกกฎหมายหอพัก เปิดรับผู้อยู่อาศัยอายุเกิน 25 ปีได้

25.05.17 | 14:20 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพัก ครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดการประกาศเกียรติคุณและการให้การสนับสนุนแก่หอพักเอกชน พ.ศ. … เพื่อใช้ในการประเมินหอพักเอกชน ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ อาทิ ด้านความปลอดภัย ความสะอาด สิ่งอำนวยความสะดวก ในการให้การสนับสนุนหอพักที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณ อาทิ เงินหรือวัสดุอุปกรณ์ และจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี

รมว.พม. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบสถิติหอพัก ซึ่งเป็นข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2558 พบมีหอพักทั่วประเทศทั้งสิ้น 14,906 แห่งทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนหอพักมากที่สุด 6,037 แห่ง รองลงมาคือ ภาคเหนือ 4,349 แห่ง ภาคกลาง 1,945 แห่ง ส่วนในกทม.มี 1,241 แห่ง ซึ่งพบมากในเขตบางกะปิ มี 464 แห่ง รวมถึงรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตาม พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 ที่พบว่ายังมีปัญหาและอุปสรรค อาทิ กฎหมายลำดับรองที่ยังดำเนินไม่ครบถ้วน ทำให้มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ปฏิบัติงานไม่มีความเข้าใจ ไม่รู้แนวทางการดำเนินตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ร่วมกับ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักพัฒนาสังคม กทม.ในการขจัดปัญหาและอุปสรรคข้างต้น อาทิ จัดทำฐานข้อมูลหอพักที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน รวมถึงประชาสัมพันธ์หอพักที่ได้มาตรฐาน และหอพักนอกกฎหมายมาขึ้นแบล๊กลิสต์, จัดทำคู่มือแนวทางการปฏิบัติงานตามกฎหมายหอพัก, จัดทำกรอบการติดตามและประเมินผล โดยรวบรวมสภาพปัญหาและแก้ไขปัญหาการใช้กฎหมายหอพัก, จัดทำมาตรฐานหอพักตาม พ.ร.บ.หอพักฯ ซึ่งจะดำเนินการเร่งด่วนภายใน 3 เดือน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่ออีกว่า ในที่ประชุมยังได้รับฟังเสียงสะท้อนจากสมาคมผู้ประกอบธุรกิจหอพัก ถึงปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติตามกฎหมายหอพัก โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่ระบุผู้อยู่อาศัยในหอพักต้องเป็นผู้ที่อายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งทำให้หอพักไม่สามารถรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาโทได้ ทำให้เกิดปัญหาในการบริหาร เมื่อทำไม่ได้เขาก็ไม่อยากมาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง พม.ได้รับข้อเสนอมาพิจารณาว่าที่จะทบทวนกฎหมายให้มีความเป็นไปได้ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการหอพักเข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่งเร็วๆ นี้จะเชิญตัวแทนผู้ประกอบการหอพักมาพูดคุย ทบทวนปัญหา กฎหมาย และมาตรการต่างๆ

นางคะนึงจันทร์ หิรัญญลดาวัลย์ นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจหอพัก กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ รมว.พม.และอธิบดี ดย.รับข้อเสนอไปพิจารณา เพราะถือเป็นเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการหอพักที่ไม่สามารถทำตามกฎหมายได้ และนับวันจะยิ่งพากันออกนอกระบบมากขึ้น อย่างขณะนี้ยอดหอพักที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจริงมีเพียง 1 พันกว่าแห่งเท่านั้น จาก 8-9 พันแห่งในอดีต นอกนั้นคือหอพักนอกระบบหมด ทั้งนี้ เรายินดีที่กฎหมายระบุให้หอพักต้องแยกชายหญิง เพื่อคงภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความสบายใจของพ่อแม่เด็ก แต่ขอให้ผ่อนผันขยายช่วงอายุไปถึงระดับปริญญาโท หรือระดับวัยทำงาน ซึ่งตรงนี้ยังเป็นความต้องการของเด็กและเยาวชนที่อยู่อาศัย บางคนได้งานที่ไม่ไกลจากที่เรียน ก็อยากอยู่ต่อ เพราะรู้สึกปลอดภัย คุ้นเคย และราคาไม่สูงเท่าอยู่คอนโด อพาร์ตเมนต์