ผู้ว่าฯ กทม. ลุยคลองสามวา ติดตามโครงสร้างพื้นฐาน-สิ่งแวดล้อม ควบคู่คุณภาพชีวิต
เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตคลองสามวา เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตคลองสามวา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ตรวจเยี่ยมต่อเนื่อง 10 จุดสำคัญ ครอบคลุมทั้งการจัดการขยะ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาฝุ่น และการพัฒนาชุมชน อาทิ การติดตามการคัดแยกขยะในโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” การปรับปรุงถนนและทางเท้า การก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองสามวา รวมถึงการเยี่ยมห้องเรียนปลอดฝุ่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบางจากปัญหา PM2.5 นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองสามวา ซึ่งมีความคืบหน้าการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

จุดแรกตรวจเยี่ยมการฉีดฝังไมโครชิปในสุนัขและแมว รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ณ หมู่บ้านบุศรินทร์ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกรุงเทพมหานครในการสร้าง “เมืองปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” โดยเน้นการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง การติดตามข้อมูลผ่านไมโครชิป และการสร้างความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

จากข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่ พบว่า มีการลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนและฝังไมโครชิปในหลายชุมชนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุนัขและแมวจำนวนมากในเขตคลองสามวา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคและเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามสัตว์เลี้ยง โอกาสนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้พบปะพูดคุยกับคณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ระบบการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี และการไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกพื้นที่โดยไม่มีการควบคุม
จากนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ตรวจติดตามโครงการปรับปรุงก่อสร้างถนน ซอยพระยาสุเรนทร์ 40 กว้าง 12 ม. ระยะทาง 655 ม. เนื่องจากถนนชำรุด น้ำท่วมขัง ไม่มีท่อระบายน้ำ โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณต้นเดือน ส.ค. 69 รวมถึงตรวจติดตามโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกลำกะโหลก ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตคลองสามวา โดยอยู่ระหว่างการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายรถ ลดปัญหาคอขวด และรองรับปริมาณการสัญจรที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อชุมชนและถนนสายหลัก

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานยังพบประเด็นอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การรุกล้ำพื้นที่สาธารณะและการตั้งเพิงค้าขายบริเวณแนวก่อสร้าง งานวางท่อประปาชั่วคราว (Bypass) ดำเนินการได้ประมาณ 25% และต้องทำควบคู่กับงานก่อสร้างระบบระบายน้ำ
นอกจากนี้ โครงการยังต้องดำเนินการควบคู่กับการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ผิวจราจรคอนกรีต และงานขยายช่องทางจราจร เพื่อรองรับปริมาณรถในอนาคต ซึ่งจากแผนงานมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 240 วัน และปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างตามสัญญา โดยผู้ว่าฯ กทม. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงาน พร้อมทั้งบริหารจัดการผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการจราจรและการเข้าถึงพื้นที่ของชุมชน เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามแผนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ จากนั้นตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบของฝุ่นจากโครงการปรับปรุงก่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ 30 เพื่อแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่ร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue ซึ่งการปรับปรุงถนนดังกล่าวใช้เวลาดำเนินงาน 90 วัน มีความคืบหน้า 60%

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้เข้าตรวจเยี่ยมห้องเรียนปลอดฝุ่น (Clean Air Shelter) ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนกมาลุลอิสลาม ซอยประชาร่วมใจ 48 ซึ่งดำเนินการภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อปกป้องสุขภาพเด็กเล็กจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพอากาศภายในศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กอายุ 0–5 ปีใช้เวลาอยู่เป็นเวลานาน โดยมุ่งลดความเสี่ยงด้านสุขภาพระบบทางเดินหายใจ และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ภายในโครงการได้ดำเนินการปรับปรุงห้องเรียนให้เป็น “ห้องปลอดฝุ่น” จำนวน 16 ห้อง พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศและระบบกรองอากาศตามมาตรฐาน รวมถึงจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจในการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 อย่างถูกต้อง จากข้อมูลโครงการ พบว่ามีผู้ได้รับประโยชน์รวมกว่า 469 คน ประกอบด้วยเด็กเล็ก 363 คน ครูพี่เลี้ยง 34 คน ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลสุขภาพเด็กในชุมชน

โอกาสนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้พบปะคณะกรรมการชุมชนกมาลุลอิสลาม รับฟังข้อเสนอแนะ และเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ให้สามารถเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนการขยายผลโครงการห้องปลอดฝุ่นไปยังพื้นที่อื่นของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นถือเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกของกรุงเทพมหานครในการรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
จากนั้น ตรวจติดตามโครงการปรับปรุงทางเท้าถนนนิมิตใหม่ และตรวจเยี่ยมชุมชนเมืองใหม่มาลัยทอง ซอยนิมิตใหม่ 22 เพื่อรับฟังปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชน ติดตามการจัดการขยะตามโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ร่วมกิจกรรมเปิดสวนและปลูกต้นไม้ “สวน 15 นาที” ณ วัดจินดิตวิหาร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน

ในช่วงท้าย ผู้ว่าฯ กทม. ได้ตรวจเยี่ยมโครงการสำคัญด้านสังคม ได้แก่ บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ซึ่งให้บริการดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแบบครบวงจร สะท้อนนโยบาย “เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ที่ดูแลทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม โดยบ้านพักผู้สูงอายุแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการให้บริการด้านสวัสดิการสังคมแก่ผู้สูงอายุ ครอบคลุมทั้งด้านที่พักอาศัย การดูแลปัจจัยพื้นฐาน การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในทุกมิติ ปัจจุบันเปิดให้บริการในรูปแบบ Day Service (ไป-กลับ) ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 19.00 น. รองรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ รวมถึงเป็นพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนทุกช่วงวัย (Multigeneration) เพื่อลดภาระผู้ดูแลในครอบครัว ภายในศูนย์มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น กายภาพบำบัดและธาราบำบัด การออกกำลังกายและฟิตเนส กิจกรรมบำบัดและกระตุ้นสมอง การฝึกอาชีพ เช่น งานศิลปะ เบเกอรี่ และบาริสต้า กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์และดนตรี

จากสถิติการให้บริการ พบว่ามีผู้เข้าใช้บริการสะสมกว่า 7,989 ครั้ง (3,134 คน) ตั้งแต่เปิดให้บริการ สะท้อนถึงความต้องการและบทบาทสำคัญของศูนย์ในชุมชน โอกาสนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาศูนย์ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการดูแลผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร และส่งเสริมการดูแลแบบองค์รวมควบคู่กับการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน การลงพื้นที่จุดนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาและให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุควบคู่กับกลุ่มเด็กและประชาชนทุกช่วงวัยอย่างครอบคลุมและยั่งยืน


