หน้าแรก ในประเทศ ทั่วหล้ามหาสง...

ทั่วหล้ามหาสงกรานต์ สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ หัวเมืองท่องเที่ยวเนืองแน่น ทั้ง นทท.ไทย-ต่างชาติ

13.04.26 | 06:44 น.

ทั่วหล้ามหาสงกรานต์ สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ หัวเมืองท่องเที่ยวเนืองแน่น ทั้ง นทท.ไทย-ต่างชาติ

เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เริ่มขึ้นแล้วทั่วประเทศ ที่ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ออกมาท่องเที่ยวชมบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ และร่วมกิจกรรมทางประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 69 ตามจุดต่างๆ เช่น ข่วงประตูท่าแพ หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาถ่ายภาพและเช็คอิน

ส่วนบริเวณริมคูเมืองใกล้ข่วงประตูท่าแพ นักท่องเที่ยวออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว การจราจรติดขัดเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ถนนชัยภูมิ ก่อนถึงข่วงประตูท่าแพ และถนนคชสาร เพราะมีรถกระบะบรรทุกน้ำพานักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำ แต่จุดอื่นๆของคูเมืองเชียงใหม่ เช่นฝั่งประตูช้างเผือก ถนนมณีนพรัตน์ และถนนบุญเรืองฤทธิ์ มีนักท่องเทียวออกมาเล่นน้ำสงกรานต์บางตาส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ใกล้ข่วงประตูท่าแพ

บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นครราชสีมา มีกิจกรรม “มหาสงกรานต์โคราช” Korat Grand Songkran Festival 2026 ภายใต้แนวคิด “สนุกฉ่ำ เล่นน้ำสุดมันส์ อิ่มอร่อยขั่วหมี่ฟรีทั้งเมือง” ติดตั้งอุโมงค์น้ำบับเบี้ล บน ถ.ราชดำเนิน สร้างความชุ่มฉ่ำให้นักท่องเที่ยวได้เล่นสาดน้ำสงกรานต์และร่วมสนุกกับศิลปินชื่อดัง

ตรงลานอเนกประสงค์ริมแม่น้ำเหือง บ้านเหมืองแพร่ ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย มีพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ไทย-ลาว และแห่ต้นดอกไม้ใหญ่ ประจำปี 2569 โดยมี นายปฐม เอมโอษฐ์ นายอำเภอนาแห้ว พร้อมด้วย ท่านบุนพะลัง วิไลสัก เลขาธิการพรรค/ประธานปกครองเมืองบ่อแตน แขวงไชยะบูลี สปป.ลาว พร้อมคณะ ร่วมงานอย่างคึกคัก

นอกจากพิธีสรงน้ำพระ และพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้งคนไทยและคนจาก สปป.ลาว เยังมีกิจกรรมการแสดงของชมรม To Be Number One อำเภอนาแห้ว การประกวดธิดานางฟ้าจำแลง (สาวประเภทสอง) การแสดงดนตรี และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความร่วมมือของทุกภาคส่วน

Advertisement

ส่วนงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์จัดขึ้นเป็นวันที่ 3 บริเวณย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่กันอย่างคึกคัก ทำให้บริเวณด้านหน้าเวทีเต็มไปด้วยผู้คนที่มาเล่นน้ำสงกรานต์รวมถึงปาร์ตี้โฟมท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด พบว่ายิ่งเย็นก็ยิ่งมีผู้คนเดินทางเข้าร่วมในงานเพิ่มมากขึ้นทางนี้เทศบาลนครหาดใหญ่ได้นำน้ำสำหรับเล่นสงกรานต์มาบริการจุดเติมน้ำทั้ง 3 จุดภายในงานเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เติมน้ำเล่นกันตลอดภายในงาน

ด้านจังหวัดภูเก็ตทวีความคึกคักเป็นพิเศษ ขบวนคาราวานนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียขับขี่รถบิ๊กไบค์และรถช็อปเปอร์รวมตัวกันกว่า 100 คัน ได้เดินทางข้ามพรมแดนผ่านด่านชายแดนจังหวัดสตูลและด่านสะเดา มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลและสัมผัสความสวยงามของท้องทะเลไทย จุดหมายหลักอยู่ที่หาดป่าตองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วทั้งเกาะ

บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในงาน SONGKRAN ALOHA BETONG 2026 บริเวณสี่แยก หอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ หลั่งไหลเข้าร่วมงานจำนวนมาก นักท่องเที่ยวต่างสวมใส่เสื้อลายดอกสีสันสดใส พร้อมอุปกรณ์เล่นน้ำ ทั้งปืนฉีดน้ำและถังน้ำ เข้าร่วมกิจกรรมภายในอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นรอบพื้นที่ใจกลางเมือง สาดน้ำสร้างความชุ่มฉ่ำและความสุขร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ที่ด่านพรมแดนเบตง จ.ยะลา ตรงข้ามกับด่านบูกิตบือราปิต รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งรถบัสอละรถส่วนบุคคล ประมาณ 5,000 คน ทำให้ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ กว่า 4,000 ห้อง ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้ว กว่า 90% ขณะที่ตามร้านขายอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ต่างมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ ไปกับการเลือกซื้อเส้อลายดอกเพื่อใส่น้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก สร้างรายได้เข้าในพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท

ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 11 เม.ย. 2569 เป็นวันที่สองของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 คน ผู้เสียชีวิต 50 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 45.71 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.76 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 61

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (10 – 11 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 344 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 317 คน ผู้เสียชีวิต รวม 71 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ น่าน (17 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ น่าน และลำปาง (จังหวัดละ 17 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และพิษณุโลก (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 39 จังหวัด