หน้าแรก ในประเทศ แห่งแรกของอาเ...

แห่งแรกของอาเซียน! ผู้ว่าฯ พาดู ‘Super Station’ หอส่องต้นตอฝุ่นสุดล้ำ ชี้ถึงขั้น ‘แหล่งเผา’

17.04.26 | 16:53 น.

ผู้ว่าฯ พาส่อง Super Station แห่งแรกของอาเซียน มูลค่ากว่า 50 ล้าน ชี้รู้ต้นตอฝุ่นเรียลไทม์ ถึงขั้นชี้แหล่งเผา พร้อมแชร์ข้อมูลกรมอุตุ เพื่อบริหารจัดการได้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เขตจตุจักร บนอาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เยี่ยมชมความก้าวหน้า Super Station หรือ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูงสำหรับการตรวจฝุ่น ที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (Chinese Research Academy of Environmental Sciences: CRAES) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีมูลค่าหลายสิบล้านบาทจากบริษัทเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยมุ่งพัฒนาระบบตรวจวัดองค์ประกอบมลพิษทางอากาศ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้แบบครบวงจร นับเป็นระบบลักษณะนี้แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งระบบนี้ได้นำมาติดตั้งที่ตึกของคณะสถาปัตยกรรม บนดาดฟ้า ชั้น 9 ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การสู้ฝุ่นของกรุงเทพมหานครและของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาหัวใจของการสู้ฝุ่นคือการเอาเทคโนโลยีเข้ามาจับ และ กทม.เริ่มจากโครงการแรก คือ นักสืบฝุ่น ที่พยายามตรวจให้ได้ว่าฝุ่นที่เกิดในกรุงเทพมหานคร หรือในพื้นที่อื่น มาจากไหน

Advertisement

ถ้าเราไม่รู้ว่ามาจากไหน ไม่มีทางที่เราจะแก้ที่ต้นเหตุได้ แต่ก่อนการวิเคราะห์เราใช้วิธีเอาแซมเปิล (Sample) ฝุ่นส่งให้อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคราะห์ ซึ่งใช้เวลาถึง 6 เดือน

“จากการทำงานมา 2-3 ปี สรุปได้ว่าจะมีทั้งส่วนของการเผาชีวมวล ซึ่งดูมันจะเป็นสารโพแทสเซียม (Potassium) เยอะคือการเผา และถ้าเป็นสารพวกไนเตรต (Nitrate) ก็เป็นสิ่งที่มาจากรถยนต์ ซึ่งก็จะรู้ แต่ว่าใช้เวลานาน

แต่จากความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ซึ่งมีทาง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (CRAES) ที่เป็นหน่วยงานวิจัยที่ใหญ่สุดของจีน และมีทาง Lihe Technology (Hunan) จำกัด (Lihero) ผู้เป็นคนทำเครื่อง เรียกว่าเครื่อง Superstation และเรียกได้ว่าเป็นเครื่องแรกของ Southeast Asia (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า เราไปดูหลายเมืองไม่ว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศส จีน และมีความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร และปักกิ่ง เรื่องความช่วยเหลือกัน เพราะสุดท้ายเราได้ เครื่องนี้มาตั้ง ที่กรุงเทพมหานคร ตั้งเสร็จแล้วศูนย์นี้จะเป็นศูนย์ที่วิเคราะห์ ณ เวลานี้ ว่าฝุ่นมาจากไหน และเกิดจากอะไร มันจะทำให้เราสามารถ ดูสภาพอากาศเราได้

“อย่างวันนี้เราให้ Work from Home (WFH) ฝุ่นมันเป็นอย่างไร เราก็จะรู้ผลทันทีว่า ฝุ่นจากรถยนต์ลดลงไหม หรือว่าเผา อาจจะรู้เลยว่าเผามาจากจังหวัดไหน ถ้าเรารู้ละเอียดพอ อาจจะรู้เลยว่าเผาฟางข้าวประเภทนี้มาจากไหน เผาอ้อยมาจากไหน เพราะฉะนั้นการที่เราวิเคราะห์ละเอียดจะสามารถทำให้เรารับมือได้
ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ เราไม่ได้ใช้งบประมาณหลวงเลย เป็นความร่วมมือ มูลค่าก็หลายสิบล้าน ประมาณ 50 ล้านบาท ที่ทางประเทศจีนได้ ให้ความช่วยเหลือมา

ซึ่งต้องขอบคุณทาง Lihe ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ซึ่งทั่วโลก เมืองสำคัญที่ดูก็จะมีอุปกรณ์พวกนี้อยู่ ก็จะทำให้เราสามารถรับมือกับฝุ่นได้มากขึ้น หวังว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทาง ม.เกษตรเองก็ช่วยเรามาตลอด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีหอสูง ซึ่งเราก็ไปวัด ที่บนหอสูงนี้ ซึ่งใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ แต่วันนี้ล้ำไปอีกขั้น เป็นเทคโนโลยีระดับโลก” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อถามว่าเตรียมนำร่องไปใช้ในพื้นที่ไหนบ้าง

นายชัชชาติเผยว่า เราใช้ภาพรวม โดยการวิเคราะห์ต้นเหตุ ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องฝุ่นที่มาจากปฏิกิริยาเคมี ถ้าพูดตรงๆ ก็มาจากท่อไอเสียรถ มาจากการเผา แต่จะมีฝุ่นอีกประเภทหนึ่ง พอเกิดความร้อนมันเกิดปฏิกิริยาเคมี มันจะพัฒนาเป็นฝุ่นขึ้นมาเองได้ พวกนี้คือเป็นสิ่งที่เราไม่รู้

“ผมว่าหลักๆ เราใช้ภาพรวมของกรุงเทพว่าเราควรจะออกมาตรการอะไร เพื่อลดปัญหาฝุ่นในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เราเข้าใจ ผมว่าต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนำ จีน หรือกรุงปักกิ่ง เขาสู้ฝุ่นสำเร็จ ผมว่าเทคโนโลยีก็เป็นส่วนหนึ่ง ในจีนก็จะมีเครื่องแบบนี้ประมาณ 50 แห่ง เป็นตัวที่จะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ฝุ่นได้ดีขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ตอนนี้เราแชร์ข้อมูล ไปที่ศูนย์ฝุ่น กทม.แล้ว เพราฉะนั้นเราจะแชร์หน้าจอ แชร์เดสก์ท็อปต่างๆร่วมกัน และข้อมูลที่เรามี กับกรมอุตุนิยมวิทยา ประสานด้วยกัน สุดท้ายมันจะเกิดเป็นเนื้อเดียวกัน มีแดชบอร์ดรวมที่ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ เชื่อว่าข้อมูลจะทำให้เราบริหารจัดการได้ดีขึ้น

ในการนี้ รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ หัวหน้าโครงการ Super Station ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม และ ผศ.ดร.ปารเมศ กำแหงฤทธิรงค์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม และนางนทีทิพย์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ร่วมคณะ