ญัฐวุฒิ สดุดีวีรกรรม ‘ตึกหลังนี้‘ คือสื่อสมศักดิ์ศรี จับปากกาจนวาระสุดท้าย ‘เข้าใจนักการเมือง’ อย่างละเมียด – วิเคราะห์ละเอียดทะลุเนื้อชีวิต ’ตัวละคร’
เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่วัดเสมียนนารี ศาลา 11 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายสุชาติ ศรีสุวรรณ ที่ปรึกษา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นักเขียน คอลัมนิสต์ ประจำมติชนรายวัน และมติชนสุดสัปดาห์ อดีตบรรณาธิการมติชนรายวัน ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 เมษายน 2569 สิริอายุ 69 ปี
โดยตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. มีบุคคลตลอดจนองค์กรต่างๆ ร่วมส่งพวงหรีดอาลัย และหลั่งไหลเดินทางเข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), นายกำธร วังอุดม นายกสมาคมชาวสุราษฎร์ธานี, พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา, นายอุทัย สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนชลราษฎรอำรุง, นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนสำนักงานอัยการสูงสุด, น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.), พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายจรินทร์ จักกพาท อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี
นายชาญชัย สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ข่าวหุ้นธุรกิจ, นายอรุณ วัชระสวัสดิ์ การ์ตูนนิสต์ชื่อดัง, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย, ดร.สมภพ เจริญกุล ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน), ศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล นักวิชาการและสื่อมวลชน
กระทั่งเวลา 18.00 น. เริ่มพิธีสวดพระอภิธรรมคืนที่ 4 โดยในวันนี้ บริษัท เสริมสร้างพาวเวอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ปปร.12, ศิษย์เก่าชลชาย-รุ่นฟ้าคราม 1719 เป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสุชาติ เกือบ 20 ปีมาแล้ว ได้สัมผัสกันทั้งในมิติของการเป็นสื่อมวลชน การเป็นแกนนำกลุ่มมวลชน และนักการเมืองของตน
อีกทั้งยังได้มีโอกาสสัมผัสกันในช่วงเวลาของ ‘มิตรภาพ’ นั่งทานข้าว ดื่มกินสังสรรค์ ถกอภิปรายเรื่องราวต่างๆ ด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง มีโอกาสดวลเพลงลูกทุ่งกัน มีโอกาสที่จะได้รับคำแนะนำดีๆ จากพี่ตึกต่างกรรมต่างวาระ
ตนติดตามผลงานของพี่สุชาติตลอด มีความรู้สึกว่า ’นี่คือสื่อมวลชน’ คือคอลัมนิสต์คนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ของตนเองอย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี
“พี่ตึกจับปากกาจนวาระสุดท้ายของชีวิต ลมหายใจสุดท้าย มันขาดห้วงไปพร้อมๆ กับหยดน้ำหมึก ซึ่งก็เป็นรหัสสัญญาณว่า ต่อไปนี้ ข้อเขียนของ สุชาติ ศรีสุวรรณ ที่จะมองไปข้างหน้า ไม่มีผ่านตาแฟนๆ นักอ่านอีกแล้ว
ผมคิดว่างานเขียนเดิมๆ มุมความคิดเดิมๆ ที่พี่ตึกทำเอาไว้ รุ่นหลังยังสามารถย้อนไปเปิดอ่าน ย้อนไปเก็บรับเอาแง่มุม ชั้นเชิงของการเป็นคอลัมน์ เอาความแหลมคมของการวิเคราะห์การเมือง ผนวกกับการวิเคราะห์สภาพที่เป็นจริงของสังคมไทย มาใช้ได้เป็นอย่างดี“
“คือพี่ตึกเวลาวิเคราะห์การเมือง ไม่ได้วิเคราะห์เป็นเพียงแค่ ‘เกมอำนาจ’ ไม่ได้วิเคราะห์แค่กฎกติกาที่เขียนเอาไว้ แต่แก ’วิเคราะห์ทะลุไปถึงเนื้อชีวิต’ และความเป็นมนุษย์ของตัวละครการเมืองคนนั้นๆ ทำให้ผู้อ่านได้บริโภค ความซับซ้อนในแง่มุมของความเป็นมนุษย์เพิ่มขึ้น
“เพราะในกระบวนการทางการเมืองเมื่อมันถูกแสดงหรือถูกตัดสินใจ หรือถูกขับเคลื่อนโดยมนุษย์ต่างคนกัน มันก็อาจจะมีวิถี มีแง่มุมที่แตกต่าง คนบางคนมีที่มา-ที่ไปแบบหนึ่ง ก็จะตัดสินใจต่อเรื่องทำนองนี้ อย่างหนึ่ง
กับอีกคน ก็อาจจะสะท้อนแสดงออกมาในแง่มุมที่ไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ ซึ่งพี่ตึกจะเป็นคนจับเรื่องพวกนี้มาวางบนบรรทัด เอาพยัญชนะมาร้อยเรียงกัน แล้วให้ผู้คนได้อ่าน พิจารณา หรืออาจจะถกเถียงไปพร้อมๆ กับตัวหนังสือของพี่ตึกด้วยก็ได้” นายณัฐวุฒิเผย
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า แกชื่อตึก ตนว่าตึกหลังนี้มันสร้างขึ้นด้วยชีวิต ด้วยจิตวิญญาณของสื่อมวลชนคนหนึ่ง แลพแม้ตัวคนสร้างไม่อยู่แล้วแต่ว่าตึกหลังนี้จะยังคงสง่างาม อยู่ในเวทีของสื่อมวลชน ของคอลัมนิสต์ตลอดไป ผมเชื่ออย่างนั้น” นายณัฐวุฒิกล่าว
ถ้าบอกอะไรได้เป็นครั้งสุดท้าย ?
“ใจหายนะครับพี่ เพราะว่าช่วงหลังๆ จากที่พี่เริ่มมีอาการเจ็บป่วย โอกาสที่จะได้มาอยู่กันดึกดื่นค่อนคืนมันก็ห่างหายไป จะมีบ้างก็เจอกันตามงาน หรือพูดคุยกันทางโทรศัพท์ มาทราบข่าวว่าพี่จากไปในวันนั้นก็ตกใจ เพราะว่าในโซเชียลมีเดียยังเห็นงานเขียนยังเห็นคอลัมน์ของที่ตึกอยู่ในเนืองๆ”
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่ท ถ้าใครอ่านงานของ สุชาติ ศรีสุวรรณ ในช่วงเวลาท้ายๆ ของชีวิต จะไม่มีทางจับได้เลยว่า นี่คือคนที่กำลังจะจากไป กำลังป่วยหนักต่อสู้กับโรคภัยไข้ดจ็บของตัวเอง
“เพราะว่าตัวหนังสือมันได้บดบังความเจ็บป่วย สะท้อนออกมาแต่ความคมชัดทางความคิด มันสะท้อน ’คมหัวใจ’ ของคนเขียนด้วย
ถ้าหัวใจไม่คมจริง คงไม่ยืนหยัดสู้จนนาทีสุดท้ายแบบนี้ ในการทำหน้าที่ของตัวเอง
นายณัฐวุฒิยังกล่าวอีกด้วยว่า นายสุชาติ เรียกได้ว่า ทุกมิติ สัมผัสการเมืองจากสนามที่เป็นจริง สัมผัสคนการเมืองจากมิติที่เป็นจริง
“แล้วก็เป็นคนที่ เข้าใจนักการเมืองอย่างละเมียดละมัย ผมว่าอย่างนั้น” นายณัฐวุฒิเผย
สำหรับ กำหนดการสวดพระอภิธรรม คืนสุดท้าย 19 เมษายน 2569 จะมีขึ้นในเวลา 18.00 น.
ฌาปนกิจ วันที่ 20 เมษายน เวลา 17.00 น.
ทั้งนี้ นายสุชาติ ศรีสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2500 ที่ จ.ชลบุรี จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนชลราษฎรอำรุง นิติศาสตรบันฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้สนใจการอ่าน เขียน เริ่มอาชีพหนังสือพิมพ์ที่ หนังสือพิมพ์บางแสน สื่อท้องถิ่นที่ จ.ชลบุรี ก่อนเข้าทำงานที่มติชนรายวัน เมื่อเดือนตุลาคม 2527 ที่สำนักงานวัดราชบพิธ
นายสุชาติ เริ่มจากเป็นผู้สื่อข่าวการเมือง สายกระทรวงมหาดไทย ก่อนเป็นหัวหน้าข่าวการศึกษา และบรรณาธิการมติชน ผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน หลังเกษียณอายุ เป็นทึ่ปรึกษาบริษัท และเขียนคอลัมน์ บทวิเคราะห์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นผู้รักงานเขียน มีวินัยในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเดินทาง หรือมีธุระ ก็จะปลีกเวลามาเขียนต้นฉบับบทความและคอลัมน์ ส่งตามเวลา
นายสุชาติแต่งงานกับ “ต๋อย พรรณี” มีบุตรชาย 2 คน ไปทำงานในต่างประเทศ ก่อนเสียชีวิต นายสุชาติป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจ โดยมีแพทย์ รพ.รามาธิบดี และ รพ.ทรวงอก ดูแลใกล้ชิด
เช้ามืดวันที่ 15 เมษายน นายสุชาติ ตื่นเมื่อ 04.00 น. เพื่อเขียนต้นฉบับบทความในมติชนสุดสัปดาห์ และเขียนค้างไว้ในคอมพิวเตอร์ ก่อนมีอาการไม่สบายกะทันหัน นางพรรณี ภรรยาได้มาดูอาการ แต่นายสุชาติหยุดหายใจ ในเวลา 07.00 น.






