ฌาปนกิจ ‘สุชาติ’ อดีต บก.มติชน ชวน หลีกภัย ปธ.ทอดผ้าฯ หลากวงการอาลัยแน่นวัดเสมียนฯ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ศาลา 11 วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฌาปนกิจ นายสุชาติ ศรีสุวรรณ ที่ปรึกษา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คอลัมนิสต์ชื่อดัง และอดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเวลาราว 07.00 น. ของวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา หลังป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
โดยเมื่อเวลาประมาณ 16.07 น. เจ้าหน้าที่วัดเสมียนนารีเคลื่อนศพเพื่อเตรียมพิธีฌาปนกิจ
จากนั้นมีการเคลื่อนย้ายหีบศพขึ้นราชรถ เวียนรอบเมรุ 3 รอบแล้วเชิญหีบศพขึ้นสู่เมรุ
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. ศาสนพิธีกร เชิญ นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน (มหาชน) ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล พระมหามานพ กิตติเมโธ พิจารณาผ้าบังสุกุล
จากนั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล
พระมหารวม ฐิตญาโณ พิจารณาผ้าบังสุกุล
ลำดับถัดไป นายประมุข ดิลกชวนิศ ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล พระครูสมุห์นิติพงษ์ นิติสาโร พิจารณาผ้าบังสุกุล
จากนั้น นาย พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล พระครูสาทรปริยัติคุณ ดร.เจ้าคณะเขตบางเขน จตุจักร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง พิจารณาผ้าบังสุกุล
ต่อมา นายบูรพา สงวนวงศ์ อ่านประวัตินายสุชาติ ศรีสุวรรณ
เวลา 16.57 น. ร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยผู้วายชนม์

จากนั้น นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีประธานฝ่ายฆราวาส ขึ้นทอดผ้าไตรบังสุกุล
พระเทพวรสิทธาจารย์ (อุทัย อุทโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ ขึ้นพิจารณาผ้าบังสุกล
เวลา 17.00 น. พระเถรานุเถระ ขึ้นวางดอกไม้จันทน์
ลำดับถัดไป นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ จากนั้น ผู้ร่วมไว้อาลัยจากหลากหลายวงการหลั่งไหลทยอยขึ้นวางดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมาก อาทิ พลเอก ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, นายเกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา นักวิจารณ์ภาพยนตร์และผู้กำกับชื่อดัง, นายอรุณ วัชระสวัสดิ์ การ์ตูนนิสต์ชื่อดัง, นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร อดีตรองเลขาธิการ กสทช., พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ , ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข, นายชาญชัย สงวนวงศ์, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ดร.ณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายจรัญ หอมเทียนทอง อดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, นางนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส, นายเสถียร จันทิมาธร คอลัมนิสต์ชื่อดังในเครือมติชน, นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ สื่อมวลชนชื่อดัง, นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ NEPS เป็นต้น
ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชน เข้าร่วมอาลัย อาทิ นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานฯ , นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานฯ และบรรณาธิการ กอง บก.ประชาชาติธุรกิจ, นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองประธานฯ และบรรณาธิการ กอง บก.ข่าวสด, นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจ คือ ‘หนังสือรำลึก-อาลัย ถึง สุชาติ ศรีสุวรรณ’ โดยรวบรวมประวัติและผลงานตลอดชีวิต รวมถึงบทกวีไว้อาลัยจากนายขรรค์ชัย บุนปาน และนายสุจิตต์ วงษ์เทศ โดยภาพปก วาดโดย นายสุลักษณ์ บุนปาน บรรณาธิการ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นภาพเดียวกับภาพหน้าหีบศพ

ทั้งนี้ นายสุชาติ ศรีสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2500 ที่บ้านนาป่า ต. นาป่า อ. เมือง จ.ชลบุรี เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของนายเขี้ยน ศรีสุวรรณ ประกอบอาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง และนางเสม สกุลเดิม ยินดีสุข ค้าขายอยู่ที่บ้านพัก ครอบครัวมีฐานะพอกินพอใช้ ไม่เดือดร้อน เลี้ยงดูครอบครัวขนาดใหญ่ได้ ส่งเสียให้เรียนหนังสือจบระดับปริญญาตรีทุกคน
นายสุชาติมีพี่น้องรวม 7 คน ประกอบด้วย
1. ชัยศักดิ์ ศรีสุวรรณ ( เสียชีวิต ) มีบุตรชาย 2 คน
2. สุชาติ สมรสกับ พรรณี หรือ ต๋อย นามสกุลเดิม” ทุมมานนท์” ชาวจ.ชลบุรีด้วยกัน พบกันระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
มีบุตรชาย 2 คน คือ ชลพัชร หรือการ์ตูน และ ไชยพน หรือเปตอง สำเร็จการศึกษา ทำงานอยู่ในต่างประเทศ และบุตรหญิง 1 คน คือ อมรัตน์ โรจน์รุ่ง หรือ แบม ศึกษาและทำงานในต่างประเทศ
3 สัญชัย บุตรสาว1 คน
4. สุชีรา สิงหวรวุฒิ สมรสกับ สมชาย สิงหวรวุฒิ มีบุตรหญิง 1 คน
5. ฐิติรัตน์ ศรีสุวรรณ มีบุตรชาย 1 คน
6. พรชนก ศรีสุวรรณ มีบุตรชาย 1 หญิง 1
7. อิสระ ศรีสุวรรณ สมรสกับ สุดาณี มีบุตรชาย 1 หญิง 1
นายสุชาติ เรียนประถมที่ ร.ร.วัดท้องคุ้งจบประถมศึกษาปีที่ 7 เข้าเรียนมัธยมศึกษา 1 ถึง 5 ตามหลักสูตรการศึกษาเดิม ที่ ‘ชลชาย’ หรือ ร.ร.ชลราษฎรอำรุง จากน้นไปเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง จนสำเร็จเป็นนิติศาสตร์บันฑิต บุคคลิกนิสัยของนายสุชาติ เป็นคนนิ่งๆ กินง่ายอยู่ง่าย รักและปกป้องพี่น้อง ช่วยดูแลให้อยู่ในสายตาบิดามารดา
กับเพื่อนฝูงและมิตรสหาย เป็นคนรักพวกพ้อง มีเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ผูกพันเหนียวแน่น รักท้องถิ่น ที่บ้าน ต.นาป่า มักจะมีเพื่อนแวะเวียนมาพบปะพูดคุย เข้าครัวกินข้าวจากฝีมือคุณแม่เสม ที่มักทำกับข้าวจากสินค้าที่ขายอยู่ในบ้าน และมักจะมีเพื่อนพ้องมานอนค้างคืนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ

มีความรักในดนตรีและเสียงเพลง เคยประกวดร้องเพลง เข้ารอบชิง แต่พ่ายแพ้เพราะกติกาให้ตัดสินด้วยพวงมาลับ อีกฝ่ายทุ่มซื้อพวงมาลัยจนชนะเลิศ ส่วนนายสุชาติได้ถ้วยไปตั้งโชว์ที่บ้าน
นิสัยรักการอ่าน ก็เห็นชัดมาตั้งแต่เยาว์วัย ระหว่างเรียนมัธยมฯ นายสุชาติชอบไปหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างจริงจัง และยังซื้อนิตยสารที่ได้รับความนิยมมาอ่านที่บ้าน เริ่มแสดงความชอบในบทกวีสมัยใหม่ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ขณะที่ในบ้านมีนิตยสารนวนิยายอย่างบางกอก สกุลไทย ติดบ้านอยู่
ระหว่างเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สุชาติทำงานเลี้ยงตัวเอง ด้วยการรับจ้างเดินสายไฟตามบ้านเรือน และกลับมาช่วยน้องชายเลี้ยงไก่ที่ชลบุรี
เมื่อพ้นจากรั้วพ่อขุน บิดาซึ่งคุ้นเคยกับ ‘ปรีชา พบสุข’ เจ้าของและบรรณาธิการหนังสิอพิมพ์บางแสน ราย 7 วัน ได้แนะนำให้มาทำงานเป็นผู้สื่อข่าว นักเขียนสารพัดแนว ไปทำข่าวเหตุการณ์ในจังหวัด ทำสกู๊ปข่าว การแถลงข่าวของหน่วยราชการ เข้าโรงภาพยนต์เพื่อนำแง่มุมต่างๆ มาเขียนวิจารณ์ภาพยนตร์ ทำให้หนังสือพิมพ์บางแสนที่มีรูปเล่มเป็นแทบลอยด์ มีเนื้อหาสาระเป็น ‘ฮาร์ดนิวส์’ ของท้องถิ่น หน้าตามีเค้าของ ‘มติชนรายวัน’ หัวหนังสือของบางแสน ออกแบบให้วางใน ‘แคปซูล’ สีแดง แนวเดียวกับมติชน ตัวหนังสือสำหรับข่าวพาดหัวเป็นแบบมติชน
นายสุชาติมีความเคารพนับถือ ‘บ.ก.ปรีชา’ ในฐานะครูวิชาหนังสิอพิมพ์ ซึ่งมีแนวคิดรักความเป็นธรรม กล้าต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่าง ๆ รักวิชาชีพ เและเคยได้รับเลือกเป็น นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย หรือ สนพท. และอีกหลายบทบาทในองค์กรหนังสิอพิมพ์ก่อนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2554 อายุ 85 ปี

บก.ปรีชาให้ความไว้วางใจนายสุชาติ ให้ดูแลจัดการเนื้อหาต่างๆ ทำให้ ‘บางแสน’ โดดเด่นในกลุ่มสื่อท้องถิน นายสุชาติเริ่มมองไปในโลกข่าวสารและการเขียนที่กว้างไกลออกไป
พ.ศ. 2527 มติชนขยายตัว เปิดรับผู้สื่อข่าว นายสุชาติส่งใบสมัคร และเป็นหนึ่งในผู้สมัคร ที่มีจดหมายจากกองบก.เรียกตัวสัมภาษณ์
วันที่จดหมายเรียกตัวไปถึงบ้านจ.ชลบุรี น้องชายคนสุดท้องนำไปให้พี่ชาย สุชาติมีอาการตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด
เดือนกันยายน 2527 ที่สำนักงานมติชน อาคาร 3 ขั้นข้างวัดราชบพิธ สุชาติเสียบหนังสือพิมพ์บางแสนใส่กระเป๋าหลังกางเกงไป เมื่อบก.ผู้สัมภาษณ์ถามถึงประสบการณ์ในการทำงานด้านสื่อ นายสุชาติดึงหนังสิอพิมพ์บางแสนจากกระเป๋าหลังส่งให้ และเริ่มการสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงาน
เดือนตุลาคม 2527 นายสุชาติเริ่มงานที่มติชน จากผู้สื่อข่าวการเมือง สายกระทรวงมหาดไทย ในยุค พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ มท. 1 ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งจะเข้ากระทรวงแต่เช้า ทำให้สุชาติ ต้องมานอนค้างที่สำนักงานที่อยู่ห่างจากมหาดไทยไม่กี่ก้าว
นักข่าวรุ่นพี่ที่มหาดไทย ขนานนามให้สุชาติว่า ‘ตึก’ ตามรูปร่างสูงใหญ่ กลายเป็นชื่อใหม่ที่ติดตลาดอย่างรวดเร็ว ขณะที่ครอบครัวยังเรียกชื่อเล่นดั้งเดิม คือ ‘โต’

หลังจากทำข่าวการเมืองที่มหาดไทย หมุนเวียนไปทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และพรรคการเมืองต่างๆ สุชาติได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าข่าวการศึกษา ซึ่งเป็นโต๊ะข่าวหลักอีกโต๊ะหนึ่งของมติชน ก่อนเติบโตไปสู่ตำแหน่ง ‘บรรณาธิการมติชน’ และต่อมาเป็น ‘ผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน’ ระหว่างทำงานข่าว นายสุชาติเขียนบทความ คอลัมน์หลายแนว ทั้งการเมือง สังคม ความคิด ในชื่อต่างๆ ทั้งชื่อจริง นามปากกา อย่าง “ชโลทร” , อังคารกุมภ์ และ “พัชรพน” เขียนคอลัมน์อาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คือ ‘หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน’ และเขียนวิเคราะห์การเมืองใน ‘มติชนสุดสัปดาห์’
หลังเกษียณอายุ ยังทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิดและจุดยืนประชาธิปไตยตามอุดมคติของคนทำงานสื่อ มีวินัยในการทำงาน ไม่ว่าจะเดินทาง หรือมีธุระ จะปลีกเวลามาเขียนต้นฉบับบทความและคอลัมน์ส่งตามเวลาที่กำหนดได้เสมอ
นายสุชาติป่วยเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2557 เข้ารับการรักษาที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และต่อมาหลังโควิด มีอาการป่วยโรคหัวใจ และทำบอลลูน ที่รพ.ทรวงอก ด้วยความเป็นคนมีอารมณ์ขัน โรแมนติก รักเสียงเพลง สุชาติฝ่าฟันอาการป่วย ด้วยการใช้ชีวิตปกติ อย่างทรหดอดทน และคงความเป็นคนเสียงดังฟังชัด ไม่ว่าอาการป่วยจะหนักหนาขนาดไหน ก็ยังคงสื่อสารกับพรรคพวกมิตรสหายได้ตามปกติ ความคิดความจำยังแจ่มชัด ทั้งในการพูดจาสนทนา หรือในผลงานเขียนต่างๆ สวนทางกับสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงไป ต้องพักผ่อนนั่งๆ นอนๆ เคลื่อนไหวมากไม่ได้
เช้ามืดวันพุธที่ 15 เมษายน นายสุชาติตื่นเช้าเมื่อราว 04.00 น. เพื่อเขียนต้นฉบับบทความในมติชนสุดสัปดาห์ และเขียนค้างไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมรับประทานอาหารเช้า ก่อนมีอาการไม่สบาย
ต๋อย พรรณี ภรรยากำลังเตรียมอาหารเช้า เข้ามาดูอาการ นายสุชาติซึ่งนั่งบนเก้าอี้ ส่งเสียงบ่นกับตัวเองทำนองถามว่า ‘เป็นอะไรอีก’ สะท้อนถึงสติ ความรับรู้ยังคงอยู่ ก่อนจะเงียบไป และหยุดหายใจ ในเวลา 07.00 น.ของเช้านั้น ด้วยวัย 69 ปี และอยู่ในชายคามติชนมา 42 ปี เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของ ‘เครือมติชน’


