ร.อ.ปัดกองทัพเอี่ยวคดียิงส.ส. ประชาชาติ ข้องใจ ตร.ไม่สอบ น.อ.ผู้การนราฯยัน1เดือนสรุปสำนวน อนุทิน ถกหน.คณะเจรจาสันติสุข
เมื่อวันที่ 24 เมษายน พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนราธิวาส ได้ควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน 1 ใน 5 ผู้ต้องหาคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) ออกจากห้องขัง สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งศาลเพื่อขออำนาจฝากขังต่อไป
ร.อ.วิโรจน์ เปิดใจว่า อยากขอโทษ ยืนยันว่าเรื่องนี้กองทัพไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัด รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (นย.) ทหารพราน ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ที่เหลือให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
“ผมไม่ทราบว่ารถที่ยืมมาจาก น.อ.มนตรี โตประเสริฐ นาวิกโยธิน กอ.รมน.นั้น เป็นรถของ กอ.รมน.จังหวัด” ร.อ.วิโรจน์ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ประยงค์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจสูง โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมกังขาว่า มีใครบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่
“คดีนี้ เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ละเอียดอ่อน และรอบคอบที่สุด ดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่เว้นใครทั้งสิ้น คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน ในการสรุปสำนวนให้รัดกุมที่สุด ซึ่ง ร.อ.วิโรจน์ให้การเป็นประโยชน์และสอดคล้องกับพยานหลักฐาน” พล.ต.ต.ประยงค์ กล่าว

และว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนราธิวาสในวันที่ 25 เมษายนนี้
วันเดียวกัน นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรค ปช.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ว่า พรรค ปช.ได้ตั้งคณะทำงานติดตามคดี ตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุลอบยิง และได้รับข้อมูลตั้งแต่ช่วงแรก จากสายของคนที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองทัพ ที่มีผู้ใหญ่มาช่วยคดี ถึงวันนี้แม้มีความพยายามจากบางฝ่ายตัดจบคดี เพียงแค่ 5 ผู้ลงมือ แต่ในทางที่ได้ข้อมูลมากเห็นภาพชัด และหวังว่าอย่างน้อยที่สุด ข้อมูลพยานหลักฐานที่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คนที่พาดพิงให้ยืมรถ หรือ สนับสนุนการก่อเหตุจะต้องเข้าสู่สำนวนในข้อหาเดียวกันกับ 5 คนที่ถูกจับแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่า น.อ.มนตรี ยังไม่ถูกฟ้องในคดีอาญาใช่หรือไม่ นายอับดุลเราะมัน กล่าวว่า ยังไม่ถูกรวบใน 5 คน ทั้งนี้ การสืบในทางลับหลังจากที่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุคือ รถของ กอ.รมน. รอการยืนยันตัวเลขเครื่อง เมื่อได้ยืนยันแล้ว จะตามดูว่าใครอนุมัติรถ เมื่อได้ข้อมูลว่า น.อ.มนตรี ได้ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ว่า เพื่อนยืมรถแล้วติดต่อเพื่อนไม่ได้ จึงมาแจ้งความหลังเกิดเหตุหลายวัน ทั้งๆที่เป็นคนรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมกับนำคำให้การให้ผู้ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญสืบคดีพิจารณา พบหลายจุดที่น่าสงสัย เช่น การยืมรถให้ไปติดต่อธุรกิจผลไม้ ธุรกิจสนามยิงปืน แสดงว่าทีมสังหารไปซ้อมปืน หรือซ้อมมือ อาจเป็นปืนไม่คุ้นชิน ดังนั้น จึงสืบทางลับว่า มีการซ้อมยิงปืนที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวสาส ก่อนลงมือ
“ข้อมูลสำคัญคือ หากมีข้อสงสัยแล้วไม่ดำเนินการ เพราะบางคนรับราชการ และมีสัมพันธ์กับจังหวัดนราธิวาส การไม่ตั้งข้อกล่าวหา หรือดึงมาในสำนวนสอบสวน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ไว้วางใจกระบวนการยุติธรรม และจะทำให้เลวร้ายลง ในกลุ่มติดตามคดี มองเห็นว่า ใบแจ้งความบอกว่ายืมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง หมายความว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับรถยังพอทำใจ และเข้าใจว่า เพื่อนยืม แต่ได้ข้อมูลสำคัญพบว่า วันที่ 6 มีนาคม ทีมมือสังหารได้นำรถที่ก่อเหตุไปเปลี่ยนฟิล์มให้ทึบยิ่งขึ้น และจากวันที่ 6-19 มีนาคม รถไม่กลับไปที่ น.อ.มนตรี หลับตาทำความเข้าใจและรับได้ แต่ปรากฎว่า รถกลับไปสู่มือ น.อ.มนตรี แสดงว่ารับรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับรถ” นายอับดุลเราะมัน กล่าว
นายอับดุลเราะมัน กล่าวอีกว่า มีข้อมูลสำคัญว่า น.อ.มนตรี เอารถมาส่งมอบให้ทีมสังหารโดยตรง และส่งคืนให้ น.อ.มนตรี ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นอกจากนั้น ยังพบว่ามีตัวแสดงบางคนที่ยังอยู่ในราชการเกี่ยวข้องกับอาวุธ และกระสุนปืน หากดำเนินการตรงไปตรงมา น.อ.มนตรีต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีเดียวกับ 5 คน แต่หากไม่ดำเนินการ ต้องประชุมทีมติดตามคดีและให้ข้อมูลประชาชนได้ติดตาม
เมื่อถามว่า นอกจาก น.อ.มนตรี ยังมีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกใช่หรือไม่ นายอับดุลเราะมัน กล่าวว่า ถูกต้อง ส่วนจะมีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับปืนหรือกระสุนปืนอย่างไร ขอให้ทีมงานได้สืบสวน
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียก นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนใหม่ เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือและมอบนโยบายแนวทางการทำงานของรัฐบาลด้วย

