หน้าแรก ในประเทศ DSI เรียกสอบเ...

DSI เรียกสอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือ ปมน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร หลัง 1 ใน 8 แห่งแจงแค่ให้เช่า

28.04.26 | 14:08 น.

โฆษกดีเอสไอเผยคืบหน้าคดีบริษัทเจ้าของเรือน้ำมัน โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 และ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่คณะพนักงานสอบสวนพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร

โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหนังสือเรียกเชิญกรรมการบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยาน ว่า กรณีบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 แห่ง คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปเรียบร้อยแล้ว 7 แห่ง และในวันพุธที่ 29 เม.ย. พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปสอบสวนปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 เเห่งที่สำนักงาน เนื่องจากทางบริษัทเจ้าของเรือมีความจำเป็นต้องใช้เอกสารหลักฐานจำนวนมากประกอบการชี้แจง จึงสะดวกที่จะให้ข้อมูลพร้อมกับเอกสารกับพนักงานสอบสวน ณ ที่สำนักงานของตนเองแทน ส่วนอีก 1 บริษัทเจ้าของเรือ อยู่ระหว่างนัดหมายให้เข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนไม่เกินวันที่ 30 เม.ย.

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีจำนวนบริษัทเรือเพิ่มมาเป็น 9 บริษัทจากเดิม 8 บริษัท เนื่องด้วยระหว่างที่พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำบริษัทเรือแห่งหนึ่ง ทางบริษัทฯ ได้ชี้แจงว่าเป็นบริษัทให้เช่าซื้อเรือ (Leasing) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของเรือ แต่บริษัทที่มาใช้เรือนั้นเป็นอีกบริษัทแทน ทำให้พนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือเชิญบริษัทที่ใช้เรือจริง ๆ มาเพื่อสอบถามด้วย จึงทำให้ตัวเลขเกี่ยวกับบริษัทเรือเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 บริษัท

ฉะนั้น ผลสรุปการสอบปากคำบริษัทเรือในฐานะพยานตอนนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วทั้งสิ้น 7 บริษัท และเหลืออีกเพียง 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเจ้าของเรือ กับบริษัทที่ใช้เรือจริงจากการเช่าจากบริษัทเรือลีสซิ่ง ที่ต้องดำเนินการสอบสวนปากคำในฐานะพยานต่อไป และได้กำหนดไว้ว่าจะสอบสวนปากคำบริษัทเรือให้เสร็จสิ้นไม่เกินวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.

Advertisement

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า กรณีหากบริษัทฯ ไม่เข้าพบตามนัดหมาย ก็ต้องดูเหตุผลความจำเป็นว่าสาเหตุที่ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนคืออะไร ซึ่งตนคิดว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนทั้ง 7 บริษัทที่ได้สอบปากคำนั้น ส่วนใหญ่จะให้การชี้แจงในลักษณะที่เกี่ยวกับภาพรวมการประกอบธุรกิจ เช่น ได้รับสัญญาในการขนส่งน้ำมันอย่างไรบ้าง ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะต้องนำข้อมูลที่ได้รับไปตรวจสอบคู่ขนานว่าการขนส่งน้ำมันทางเรือแต่ละเที่ยว มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ใช้เวลานานกว่าปกติจริงหรือไม่

ส่วนเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 6 แห่ง ที่ทางกรมธุรกิจพลังงานพบความผิดปกติ เอกสารรายละเอียดเอียดไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้เข้ามอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น

ในเบื้องต้นตนได้รับข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานไว้เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากพบความผิดปกติจริง ก็จะต้องนำไปพิจารณาว่ามีองค์ประกอบใดเข้าเกณฑ์ตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษหรือไม่ เพื่อที่จะได้รับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ดังนั้น หากเข้าเกณฑ์ภายใต้มติคณะกรรมการคดีพิเศษ ดีเอสไอจึงจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป