พิพัฒน์ ลงพื้นที่แลนด์บริดจ์ 8 พ.ค.นี้ ตั้งเป้าตอกเสาเข็มปี 2573
วันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ห้องประชุม 401 ชั้น 4 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทย–อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์เป็นโจทย์สำคัญของประเทศ ว่า จากผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมลงพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร จะมีกำหนดการเดินทางที่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
ซึ่งเส้นทางเริ่มต้นที่จังหวัดชุมพร ในเขตอำเภอหลังสวนและอำเภอพะโต๊ะ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดระนอง เพื่อร่วมหารือกับผู้นำชุมชนและตัวแทนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าเห็นด้วยกับโครงการหรือไม่
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนตั้งใจจะไปชี้แจงทั้งข้อดี ข้อเสีย และรายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ โดยเฉพาะในมิติของการสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งการเกิดขึ้นของท่าเรือแห่งใหม่จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่บริการสนับสนุนการเดินเรือไปจนถึงธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ

“ผมจะไปชี้แจงข้อดี ข้อเสีย และผลการศึกษา อาชีพอะไรทำได้เมื่อมีท่าเรือเพิ่มขึ้น การที่เรือมาทิ้งสมอจะสร้างอาชีพอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทใหญ่ สามารถเป็นบริษัทในพื้นที่ และจะมีอาชีพอะไรที่ต้องสงวนให้คนในพื้นที่เท่านั้น เพื่อให้คนพื้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องทำการศึกษาให้คนระนองและชุมพรก่อนเท่านั้น” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ย้ำว่าตนไม่กังวลกับกระแสคัดค้านโดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ส่วนกรณีสภาพัฒน์บอกว่า ไม่ได้ศึกษานั้น ยืนยันว่า เป็นคนละเรื่องเพราะที่ศึกษาคลองไทย เป็นการศึกษามายาวนานแล้ว มี 4 เวอร์ชั่นจากคอคอดกระ จนมาถึงคลองไทย และตนยืนยันว่า จะเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ไม่มีการแบ่งแยกประเทศไทยเป็นสองส่วน ไม่มีไทยเหนือ ไทยใต้
“ที่ผ่านมาการแบ่งประเทศเป็นสองส่วนเป็นความกังวลฝ่ายความมั่นคง และมีการสำรวจระบบนิเวศน์วิทยาที่จะใช้วิธีที่กระทบให้น้อยที่สุด และส่วนที่มีดราม่าความกังวล ว่าจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า หายจะไปบ้างเพราะแลกมากับผลประโยชน์รายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คาดว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ. SEC)
จะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 และคาดว่าจะเปิดประมูลโครงการต้องรอการพิจารณาจากสภาก่อน ซึ่งตั้งเป้าว่าว่า 2573 จะสามารถตอกเสาเข็มได้
ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า ทางสนข. จะบูรณาการและเร่งรัดดำเนินการออกแบบและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570
“เพื่อให้ได้ผู้ลงทุนโครงการ แลนด์บริจด์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 1 ให้ได้ภายในปี 2573 นอกจากนี้ สนข. จะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณ ในปี 2570 เพื่อศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการลงทุนของโครงการการพัฒนามอเตอร์เวย์ทางน้ำ เชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย (MMR1) คาดว่าจะสามารถนำเสนอผลการศึกษาฯ ต่อกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบภายในปี 2573” นายจิรโรจน์ กล่าว

