เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่ชั้น 6 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรม นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม นายพิสิษฐ นิ่งน้อย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา นายธนารักษ์ เนาวรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา และคณะผู้พิพากษา ร่วมกันจัดกิจกรรมพบสื่อมวลชน สาธิตวิธีการใช้งานระบบการยื่นและส่งคำคู่ความโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) โดยศาลได้เริ่มนำระบบ e-Filing ที่เปิดให้ทนายความสามารถยื่นฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยศาลนำร่องเปิดให้บริการ ได้แก่ ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และศาลแพ่งธนบุรี ในคดีซื้อขาย เช่าทรัพย์ จำนอง จำนำ ค้ำประกัน กู้ยืมเงิน เช่าซื้อ และบัตรเครดิต เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ประหยัดเงินและเวลาในการฟ้องคดี
ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะให้ทนายความลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม (efiling.coj.go.th) เพื่อเข้าใช้ระบบยื่นฟ้องออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าวตลอด24ชั่วโมง หากพ้นเวลาราชการให้ถือว่าเป็นการยื่นฟ้องในวันถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายืนยันตัวตนที่ศาลก่อน แต่ให้มายืนยันตัวตนในโอกาสแรกที่มาศาล เช่น ในวันนัดพิจารณาครั้งแรก สำหรับวิธีใช้นั้น ทนายความต้องเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระบบจะส่งรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) เมื่อเข้าใช้งานแต่ละครั้งด้วย โดยทนายความสามารถยื่นเอกสารทั้งที่เป็นคำฟ้อง เอกสารท้ายฟ้อง บัญชีพยาน คำแถลงขอปิดหมาย และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ในคราวเดียวด้วยการอัพโหลดส่งเป็นไฟล์ pdf และสามารถชำระเงินค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมาย และค่าจัดทำเอกสารผ่านระบบ e-payment ด้วยบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตได้ โดยระบบจะออกใบยืนยันการรับเงินและเอกสารระบุวันเวลาที่ยื่นฟ้องไว้ให้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่และผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายจะตรวจเอกสารและสั่งคำฟ้องในระบบต่อไป เมื่อมีคำสั่งของศาลแล้ว ทนายความจะได้รับแจ้งคำสั่งผ่าน sms หรืออีเมล์ และสามารถตรวจสอบในระบบได้
นอกจากนี้มีรายงานว่า ศาลยุติธรรมยังได้จัดทำระบบบันทึกการพิจารณาคดีโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Hearing) เพื่อบันทึกคำพยานทั้งภาพและเสียงเหตุการณ์ของการพิจารณาคดี เพื่อช่วยขจัดปัญหาข้อขัดข้องโต้เถียงระหว่างการสืบพยาน และให้ศาลสูงสามารถตรวจสอบประกอบการพิจารณาได้ โดยเริ่มนำร่องแล้วจำนวน6ศาล ได้แก่ ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และศาลแพ่งธนบุรี และจะขยายผลการใช้งานระบบนี้ไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณมา รวม 252 ศาล ศาลละ 1 บัลลังก์ ปัจจุบันมีการจัดทำทีโออาร์เสร็จสิ้นแล้ว หากผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ สำนักงานศาลยุติธรรมจะประกาศให้มีการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบเพื่อจัดทำระบบนี้ต่อไป

