“บิ๊กแป๊ะ”ควง”ศรีวราห์”สยบข่าวงัดข้อ”คดีบึ้ม”ผบ.ตร.ยันรู้ตัวคนร้าย ส่งข้อมูลชุดสืบ-สอบสวน

30.05.17 | 15:19 น.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา14.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)พร้อมด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง ควงแขนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สื่อมวลชนไปลงข่าวว่าตนกลับพล.ต.อ.ศรีวราห์ ขัดแย้งกัน ลงข่าวว่างัดกันในเรื่องคดีนี้ได้อย่างไรไม่มี รักกันดี ไม่มีความขัดแย้งอะไรเลย เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เมื่อวานนี้ช่วงเช้าตนให้สัมภาษณ์ว่ารู้ตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย รู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งได้จากข้อมูลในการสืบสวน จากฐานข้อมูลที่เคยมี ซึ่งการสืบสวนนำการสอบสวนอยู่แล้ว ถึงจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่นครบาลและสันติบาลส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัยมากกว่า 200 คนหรือไม่ขอไม่เปิดเผย ก็ได้ส่งข้อมูลนี้ให้กับชุดสืบสวนสอบสวนที่มีพล.ต.อ.ศรีวราห์เป็นหัวหน้า ไม่มีความขัดแย้งอะไรเลย ข้อมูลส่งไปแล้วชุดของพล.ต.อ.ศรีวราห์จะใช้อย่างไรก็แล้วแต่ กลุ่มผู้ต้องสงสัยกว่า200คน ที่ทุกฝ่ายส่งเข้ามา ก็จะส่งให้พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา(สบ10) ที่คุมด้านสืบสวน และ พล.ต.อ.เดชา ชวยบุญชุม ที่ปรึกษา(สบ10) ที่ดูด้านการสอบสวนไปแยกแยะคัดกรอง

“ยืนยันว่าในการสืบสวนของผมพอจะรู้ตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้ายลอบวางระเบิดแล้ว ได้จากนำข้อมูลไปเปรียบเทียบศึกษาจากฐานข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่เคยมีโดย กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่กำลังติดตามอยู่มีทั้งหน้าใหม่และคนที่เคยก่อเหตุมาแล้วในอดีตแต่ขอไม่เปิดเผยถึงมูลเหตุหรือแนวทางของกลุ่มนี้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใด” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

ผบ.ตร.กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนคดีนี้ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา จะจับคนร้ายได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ บางคดีใช้เวลาสองสามปีบางคดีวันสองวันก็จับได้ อย่างเช่นคดีระเบิดที่ราชประสงค์ก็จับได้เร็ว ดังนั้นจนถึงขณะนี้ที่ยังจับกุมไม่ได้ก็ไม่ได้ถือว่าล่าช้าแต่ตำรวจก็ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อจะจับกลุ่มคนร้ายให้ได้ ยืนยันอีกครั้งตนกับพล.ต.อ.ศรีวราห์ไม่มีความขัดแย้งรักกันดี ไม่มีอะไรเลย

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เมื่อเช้านี้แล้วไม่แฮปปี้เลย เพราะมีการนำสิ่งที่ตนไม่ได้พูดไปนำเสนอทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ทำให้เกิดความเสียหาย ยืนยันว่าไม่มีเรื่องงัดกัน เพราะตามข้อบังคับ ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน มีอำนาจเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทุกคดีทั่วประเทศ เป็นหัวหน้าตนที่เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนอีกทีหนึ่ง ตนเป็นรองผบ.ตร.อยู่ใต้บังคับบัญชา แนวทางการสืบสวนสอบสวนจริงอยู่ที่ผบ.ตร. และการสืบสวนก็นำการสอบสวน

“เรางัดกันไม่ได้ ผมเองอยู่ใต้อันเดอร์ผบ.ตร. ใช่ว่าจะทำอะไรอิสระได้ และยังตอบเรื่องผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยไม่ได้ตอนนี้การสืบสวนสอบสวนกำลังเอาข้อมูลมารวมกัน ตอนนี้ข้อมูลการสืบสวนของผบ.ตร.ได้นำเข้าสำนวนการสอบสวนแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ได้ดำเนินการตามที่ผบ.ตร.สั่งการแล้ว”รองผบ.ตร.กล่าว

Advertisement

รองผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สั่งการให้ กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าอีกครั้งเพื่อหาชิ้นส่วนแผงวงจรระเบิดเพิ่มเติม เพื่อให้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น