เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 30 พ.ค.2560 ที่ กก.3 บก.สส.ภ.4 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ร่วมทำการสอบปากคำนายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี อยู่ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนท์ อายุ 21 ปี อยู่ต.หัวทุ่ง อ.พล จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาล จ.ขอนแก่น ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร หลังร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม พนักงานสาวคาราโอเกะ สถานบันเทิงชื่อดังของ จ.ขอนแก่น ก่อนฆ่าหั่นศพและนำไปฝังดินทิ้งไว้ ที่ บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยมีผู้มาพบศพเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
โดยการสอบสวนภายในศูนย์ปฎิบัติการฉลามดำนานกว่า 4 ชม. จึงส่งมอบตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ทำการควบคุมตัวไปคุมขังไว้เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นมีการขอคัดค้านการประกันตัว
พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ชุดสืบสวนสอบสวนและพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมีการคัดค้านการประกันตัวทั้งหมด พร้อมยังคงยืนยันในการตั้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ถูกจับกุมตัวได้ทั้งหมด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 5 คือ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ อายุ 28 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้นขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับแล้วใน 3 ข้อกล่าวหาเช่นกัน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่า น.ส.แจ้ น่าที่จะหลบหนีไปพร้อมกับ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิน ไปในประเทศเมียนมาร์เช่นกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการประสานการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดที่หลบหนีส่งให้กับทางการเมียนมาร์แล้ว

“ยืนยันว่าคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 5 คน โดยที่ น.ส.จิดารัตน์ นั้น เป็นเพื่อนกับผู้ต้องหาหญิงทั้ง 3 คน โดยมีการให้การที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่อย่างมาก ซึ่งในคืนวันที่ 23 พ.ค.นั้น ผู้ต้องหาหญิงทั้งหมดได้ไปพบกับ น.ส.เบนท์ ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในย่านรามอินทรา ก่อนนำโทรศัพท์มือถือ ไปจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในราคา 4,000 บาทจากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันหลบหนี ซึ่ง น.ส.เบนท์นั้นได้ติดต่อขอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผล”
พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า จุดเชื่อมโยงที่สำคัญของแนวทางการสืบสวนที่ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ คือการที่ชุดสืบสวนตั้งประเด็นของการเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไว้ที่ 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วยเรื่องคนใกล้ชิด,ยาเสพติด,ชิงทรัพย์และเรื่องส่วนตัว จนกระทั่งทราบว่าผู้ตายคือใคร เชื่อมโยงกับใคร ก่อนมีข้อมูลชัดเจนว่าผู้ตายมีมีเรื่องขัดแย้งกับ น.ส.เปรี้ยว เกี่ยวกับยาเสพติด จึงจำกัดวงสืบสวนที่แคบลงมา อีกทั้งเบาะแสต่างๆยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันชุดสืบสวนยังคงลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายและแกะรอยเส้นทางผู้ตายจนทราบถึงที่พักของผู้ตาย จึงมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบรถคันที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว
“จากนี้ไปเป็นขั้นตอนของการติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 3 คนนั้นยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการประสานงานไปยังญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดให้มีการประสานงานกับผู้ต้องหาให้เข้ามามอบตัว โดยจะมอบตัวที่ใดก็ได้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพร้อมที่จะประสานงานและเดินทางไปรับ ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้นส่งตัวให้กับ สภ.เขาสวนกวางเจ้าของพื้นที่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทุกฝ่ายสามารถที่จะคลี่คลายคดีดังกล่าวนี้ได้ภายใน 6 วัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังการสอบปากคำนานกว่า 4 ชม. ชุดสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง ได้มีการขอรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนำกลับไปฝากขังที่ สภ.เขาสวนกวางทันทีโดยผู้ต้องหาทั้ง 2 มีสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดและไม่ยอมตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชน โดย นายวศิน นั่งไปในรถยนต์เก๋งซีอาร์วี คันที่ใช้ในการก่อเหตุ ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ นั่งในรถยนต์กระบะของทางเจ้าหน้าที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอย่างเข้มงวดโดยในวันที่ 31 พ.ค. จะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในเวลา 11.00 น.ในพื้นที่ที่พบศพ

