ผลวิจัยยัน ‘นิโคติน’ อันตราย เผยผลสำรวจวัยรุ่นติดบุหรี่ครั้งแรกอายุ 16 ปี

31.05.17 | 11:42 น.

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม  น.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า วันที่ 31 พฤษภาคม ทุกปีองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นงดสูบบุหรี่โลกให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกรณรงค์ให้ประชาชนลดละเลิกสูบบุหรี่ ในปีนี้กำหนดคำขวัญว่า“บุหรี่”เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนา” (Tobacco: a threat to development)  โดยประเด็นที่น่าห่วงสำหรับประเทศไทยขณะนี้คือกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศ  ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2557 พบว่าวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี    สูบบุหรี่ 1.4 ล้านกว่าคน  เฉลี่ยเริ่มสูบครั้งแรกอายุน้อยลงเริ่มที่ 16 ปี

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ผลการสำรวจของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต
ในปี2559 ได้สำรวจกลุ่มนักเรียนอายุ 13-17 ปี  ที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพปี 1-3 ทุกสังกัดการศึกษา พบว่า มีเด็กสูบและติดบุหรี่ขั้นงอมแงม ( Tobacco abuse  )  ร้อยละ 5.8 หรือจำนวนประมาณ  230,000 คน จากเด็กกลุ่มวัยนี้ที่มีทั้งหมด 4  ล้านกว่าคน  และมีอีกร้อยละ 2.4  หรือจำนวนประมาณ 96,000 คน ที่ติดบุหรี่อย่างหนัก ( tobacco dependence) หากหยุดสูบจะมีอาการไม่สบายที่เรียกว่าถอนบุหรี่  เช่น  รู้สึกหดหู่ใจไม่สบาย หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หงุดหงิด โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ   ซึ่งเกิดมาจากการขาดสารนิโคติน  “เรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงมาก  เนื่องจากมีผลการวิจัยของสถาบันสุขภาพจิตในต่างประเทศ พบว่ากลุ่มที่สูบบุหรี่มีระดับไอคิว( IQ) ต่ำกว่ากลุ่มไม่สูบประมาณ 7 จุด  สังคมจึงต้องเร่งช่วยกันป้องกัน ไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของบุหรี่ทุกประเภท โดยหากต้องการเลิกสูบบุหรี่ สามารถเข้ารับบริการปรึกษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว
พญ.มธุรดา  สุวรรณโพธิ์  ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนา ยังไม่สมบูรณ์แบบ   สาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นสูบบุหรี่มีหลายปัจจัย ทั้งตัวของวัยรุ่นเองซึ่งเข้าสู่ในระยะเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กเป็นวัยผู้ใหญ่ จะมีความรู้สึกว่าตนเองก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ทำทุกอย่างได้เหมือนผู้ใหญ่ อยากรู้อยากลอง หรือทดสอบความเข้มแข็งจิตใจของตนเอง รวมทั้งปัจจัยทางสังคมสิ่งแวดล้อมอิทธิพลของเพื่อนและการเลียนแบบจากสื่อต่างๆที่พบเห็น เป็นที่ยอมรับของเพื่อน และเพศตรงข้าม  และปัจจัยสำคัญที่ต้องทำให้สูบเรื่อยๆคือนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ทั้งบุหรี่ทั่วไปและบุหรี่ไฟฟ้าในบุหรี่ 1มวนจะมีสารนิโคตินประมาณ  10 มิลลิกรัม เมื่อสูบเข้าไปนิโคตินจะเข้าสู่สมองภายใน 10-15 วินาที

พญ.มธุรดา กล่าวว่า ผลวิจัยของวงการจิตแพทย์ระดับโลก    ระบุว่านิโคตินจะออกฤทธิ์กระตุ้นที่สมองส่วนหน้าที่มีชื่อว่า คอร์เทกซ์  (  Prefrontal cortex  )  ทำหน้าที่คล้ายกุญแจเข้าไปปลดล็อคโมเลกุลของประสาทตัวรับรู้ ให้ทำหน้าที่ปล่อยสารสื่อประสาทชื่อโดปามีน ( Dopamine ) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความพอใจ สุขใจ ทำให้ผู้สูบรู้สึกดีขึ้น  และจะทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการสร้างโดปามีนด้วยตัวเอง  ยิ่งสูบมากก็จะมีประสาทตัวรับรู้และตัวสั่งมากขึ้น  จึงเกิดความต้องการนิโคตินมากขึ้นวนไปวนมา  เมื่อสมองวัยรุ่นถูกกระตุ้นอยู่ในสภาพนี้นานๆ จะทำให้เกิดผลข้างเคียงคืออาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า จึงต้องสูบเพื่อเติมนิโคตินเข้าไป ให้ความรู้สึกกลับคืนมา   จึงกล่าวได้ว่าบุหรี่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต