จุลพันธ์ จ่อหารือ ทูตเกาหลี แก้ปมจับกังไทยโดดวีซ่า E-8 ชี้เพิ่มมาตรการเท่ากับเพิ่มภาระแรงงานด้วย
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาแรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีแรงงานไทยในเกาหลีใต้ภายใต้วีซ่า E-8 ที่มีแรงงานหลบหนีออกนอกระบบ หรือ “ผีน้อย” จนบางจังหวัดมีสัดส่วนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ส่งผลให้ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทั้งจังหวัด ว่า ใน MOU ระบุชัดว่าหากแรงงานจากจังหวัดใดหลบหนีเกิน 20% จะมีผลต่อการระงับการรับแรงงานจากจังหวัดนั้น โดยยอมรับว่าล็อตแรกที่ส่งไปมีสัดส่วนเกินจริง จนเกิดปัญหาตามมา ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องหารือกับฝ่ายเกาหลีใต้ เพราะไม่ควรนำการกระทำผิดของคนส่วนน้อยไปกระทบต่อแรงงานอีกกว่า 80% ที่ตั้งใจไปทำงานอย่างถูกต้อง
“เราไม่อยากออกมาตรการที่กลายเป็นภาระกับแรงงานไทย เพราะทุกมาตรการสุดท้ายจะกลายเป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย หรือภาระเพิ่มของแรงงานเอง” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไทยต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า MOU เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันลงนามและยอมรับเงื่อนไขร่วมกัน ไม่ใช่ข้อเสนอจากฝ่ายเกาหลีใต้เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ผ่านมาเกิดจากกระบวนการเจรจาระหว่างสองประเทศ ก่อนจะสรุปเป็นข้อตกลงร่วม
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับสถานทูตเกาหลีใต้โดยตรง แต่เตรียมเจรจาขอ “ผ่อนผัน” มากกว่าการขอแก้ไข MOU ทั้งฉบับ เนื่องจากไทยไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก และต้องยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากแรงงานไทยหลบหนีเอง
เมื่อถามถึงแนวคิดเพิ่มบทลงโทษแรงงานไทยที่หลบหนี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สามารถทำได้ แต่ทุกมาตรการจะย้อนกลับไปสร้างภาระต่อแรงงาน เช่น แนวคิดเก็บเงินประกันก่อนเดินทาง ซึ่งแม้จะช่วยลดการหลบหนีได้ แต่แรงงานจำนวนมากต้องไปกู้เงินเพิ่ม รัฐบาลจึงไม่อยากใช้แนวทางดังกล่าว
“ค่าปรับก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพอหนีไปแล้วจะไปปรับใคร ประเทศไทยเสียหายไปแล้ว กว่าจะหาแรงงานส่งออกได้แต่ละพันตำแหน่งไม่ใช่เรื่องง่าย” นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นผีน้อย หรือแรงงานไทยผิดกฎหมายในต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผีน้อยอยู่ประมาณ 100,000-130,000 คน โดยยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการให้แรงงานทั้งหมดกลับประเทศ แต่ต้องการทำให้แรงงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญคือระบบแรงงานของเกาหลีใต้มีความซับซ้อน โดยแรงงานที่หมดสัญญาจะต้องเดินทางกลับประเทศก่อน แล้วจึงสมัครกลับเข้าไปใหม่ อีกทั้งไม่มีหลักประกันว่าจะได้กลับไปทำงานกับนายจ้างเดิม ทำให้แรงงานจำนวนมากเลือกอยู่ต่อแบบผิดกฎหมาย เพราะพอใจกับงานและนายจ้างเดิม
“แรงงานกลัวว่าถ้ากลับมาแล้ว จะไม่ได้กลับไปที่เดิมอีก อันนี้เป็นปัญหาที่แก้กันมาหลายยุคแล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางการดึงแรงงานกลับเพื่อใช้ต่อรองกับเกาหลีใต้นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทำได้ยาก เพราะรัฐบาลไม่สามารถบังคับให้แรงงานไทยกลับประเทศได้ อีกทั้งตลาดแรงงานเป็นระบบแข่งขัน หากไทยไม่ส่งแรงงาน ประเทศอื่นก็พร้อมเข้าไปแทน
“ตลาดแรงงาน ถ้าเราไม่ส่ง คนอื่นก็เข้าไปแทน อย่างช่วงตะวันออกกลางที่ผ่านมา ถ้าเราไม่ไป ประเทศอื่นก็เข้าไปแทนทันที” นายจุลพันธ์ กล่าว


