เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีดีเอสไอมีแนวคิดจะเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหารถยนต์หรูลักลอบและหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากร ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องมีการพูดคุยในที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศุลกากรจะเป็นผู้เสนอใช้หรือไม่ใช้ มาตรา 44 เอง
ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน กล่าวว่า วันนี้ได้ลงนามในหนังสือและส่งไปให้กรมศุลกากร โดยให้ดำเนินการประเมินภาษีรถยนต์ที่อายัดไว้ในบัญชีล็อตแรก 30 คัน เพื่อนำมาประกอบในสำนวนก่อนแจ้งข้อกล่าวหากับบริษัทผู้นำเข้าต่อไป
รายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์หรูลักลอบและหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากรที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าทำการตรวจค้นโชว์รูมและบริษัทนำเข้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า จากการที่หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ประเทศอังกฤษ ยังได้ส่งข้อมูลมาให้กับดีเอสไอว่ามีรถยนต์ 42 คัน ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษก่อนนำเข้ามาขายภายในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอพบแล้ว 10 คัน แบ่งเป็น 7 คัน อยู่ในโชว์รูม เอส ทีที ออโต้คาร์ มีผู้ซื้อไปครอบครองแล้ว 2 คัน อีก 3 คัน อยู่ในฟรีโซน กรมศุลกากรย่านบางบ่อ และอีก 1 คัน ในเขตพิเศษประกอบการค้าเสรี นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง รวมทั้งหมด 13 คัน
ข่าวแจ้งต่อว่า ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์หรูที่ได้ทำการอายัดไว้จากการเข้าตรวจค้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ลัมโบร์กีนี สีเขียว ที่คล้ายกับรถยนต์ของนายปกรณ์ ลัม หรือโดม นักร้องนักแสดงชื่อดัง แต่จากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม อยู่ในการครอบครองของลูกชาย นักธุรกิจ เจ้าของค่ายมวยและอดีตส.ส. และเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผ่านมา ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน และติดต่อจะขอให้ดีเอสไอถอนอายัดรถคันดังกล่าว และนำเอกสารที่มีการซื้อขายกับบริษัท มาแสดงต่อดีเอสไอ ทั้งนี้ดีเอสไอปฏิเสธที่จะถอนอายัดรถคันดังกล่าว

