ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัว คดี ม.112 อานนท์ นำภา ทั้ง 9 คดี ถูกขังแล้ว 2 ปีครึ่ง เผยคำร้องอ้างถึงพักโทษทักษิณ-เมียนมาลดโทษคุก ออง ซาน ซูจี
จากกรณีทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องขอประกันตัวชั้นอุทธรณ์ คดี ม.112 ของ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมทางการเมือง รวม 9 คดี เมื่อวันที่ 9 และ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความฯเผยว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องทั้ง 9 คดี พร้อมระบุว่า การยื่นประกันดังกล่าว เนื่องจากอานนท์ต้องการยืนยันว่าพฤติการณ์คดีเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม เรียกร้องการเปลี่ยนผ่านจากการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารสู่รัฐบาลประชาธิปไตย ท่ามกลางบริบทในปัจจุบันที่กรมราชทัณฑ์มีมติให้พักโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกรณีของประเทศเมียนมา ก็มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง
สำหรับคดีที่ยื่นขอประกันตัวในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 9 คดี โดยเป็นคดีของศาลอาญาทั้งหมด ได้แก่ คดีปราศรัย #ม็อบ14ตุลา63, คดีโพสต์ 2 ข้อความในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของรัชกาลที่ 10, คดี #ราษฎรสาส์น โพสต์จดหมายข้อความถึงกษัตริย์, คดีปราศรัย #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์1, คดีโพสต์ 3 ข้อความในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การใช้มาตรา 112 และปัญหาของสถาบันกษัตริย์, คดีปราศรัย #ม็อบ17พฤศจิกา63 หน้ารัฐสภา, คดีปราศรัย #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์2, คดีปราศรัยชุมนุมหน้า สน.บางเขน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 และ คดีปราศรัยชุมนุม #2ธันวา63ไปห้าแยกลาดพร้าว
ศูนย์ทนายความฯชี้ว่า หากนับรวมที่ยื่นประกันตัวทั้งหมดตั้งแต่อานนท์ถูกคุมขังมา ได้มีการยื่นคำร้องในทุกคดีรวมกันทั้งหมดเป็น จำนวน 158 ฉบับ (แยกเป็น ยื่นคำร้องขอประกันตัว 113 ฉบับ และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัว 54 ฉบับ) ศาลก็มีคำสั่งยกคำร้องทุกฉบับเรื่อยมา
คำร้องขอยื่นประกันตัวทั้ง 9 คดี มีใจความสำคัญดังนี้
จำเลยขอเรียนต่อศาลว่า คดีของจำเลยมีหนทางต่อสู้คดีได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งคดีของจำเลยมีประเด็นที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ คดีของจำเลยยังไม่ถึงที่สุด เป็นผู้กระทำความผิด จึงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และจำเลยมีถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ได้เคยมีพฤติการณ์หลบหนี
พฤติการณ์การชุมนุมในช่วงปี 2563 ของจำเลยเป็นการใช้เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ เรียกร้องการเปลี่ยนผ่านการปกครองที่สืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหารของ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง
ประกอบกับ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 กรมราชทัณฑ์โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาพักการลงโทษได้มีมติให้พักโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากการคุมขังตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกำหนดการปล่อยตัวในวันที่ 11 พ.ค.2569
นอกจากนั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศเมียนมา ซึ่งปล่อยนักโทษการเมือง 4,300 ราย ลดโทษจำคุก ออง ซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเป็น 1 ใน 6 ของโทษจำคุก 27 ปี ภายหลังจากที่ประเทศมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี
หลังทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัว ศาลอาญาได้ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัย ต่อมาวันที่ 12 พ.ค.2569 นายประกันทราบคำสั่งศาลและติดตามเอกสารคดีที่มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด
สำหรับคำสั่งยกคำร้องการประกันตัว ศาลอุทธรณ์ระบุคำสั่งแยกออกเป็นรายคดี โดยทั้ง 9 คดี ระบุเหตุผลทำนองเดียวกันว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและโทษ ประกอบกับศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ศูนย์ทนายความฯระบุเพิ่มเติมว่า อานนท์ นำภา ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.2566 ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 ปี 7 เดือนเศษแล้ว ถูกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกในคดี ม.112 จำนวน 11 คดี และคดีอื่นๆ หากรวมโทษต่อกันเป็นประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ โดยทุกคดียังไม่สิ้นสุดลง ยังมีการยื่นอุทธรณ์ต่อ และแม้ในรอบ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาจะมีการยื่นขอประกันตัวอานนท์อย่างต่อเนื่อง แต่ศาลก็ไม่เคยให้ประกันตัว
ตลอดปีนี้ อานนท์ยังมีกำหนดการสืบพยานในคดีของศาลอาญาอีกสองคดี ได้แก่ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB โดยคดีหลังมีนัดสืบพยานต่อในช่วงวันที่ 19-22, 26-29 พ.ค.นี้

