หน้าแรก ในประเทศ หัวหน้าวิเชีย...

หัวหน้าวิเชียร คุมทีมลาดตระเวณเชิงคุณภาพ 30นาย แกะรอยเส้นทางช้างป่าบุณฑริก-ภูจองฯหวังคืนสมดุลระบบนิเวศ

14.05.26 | 09:37 น.

หัวหน้าวิเชียร คุมทีมลาดตระเวณเชิงคุณภาพ 30นาย แกะรอยเส้นทางช้างป่าบุณฑริก-ภูจองฯหวังคืนสมดุลระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.9)อุบลราชธานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สบอ.9 เปิดยุทธการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ลงพื้นที่รอยต่อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน และอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เร่งศึกษาเส้นทางหากินช้างป่า หวังขยายพื้นที่อาศัยสู่ผืนป่าพนมดงรัก ลดผลกระทบชุมชนและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ

นายพิชัย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและติดตามตรวจสอบการเคลื่อนย้ายหากินของช้างป่าอย่างใกล้ชิด  ที่มุ่งเน้นการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และการฟื้นฟูระบบนิเวศโดยใช้สัตว์ป่าเป็นตัวดัชนีชี้วัด

“สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติภารกิจ โดยมีการระดมสรรพกำลังรวม 4 ชุดปฏิบัติการ จำนวน 30 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และชุดสายตรวจปราบปรามสายที่ 2 (สบอ.9)”นายพิชัย กล่าว

Advertisement

นายพิชัย กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่มีกำหนดการลาดตระเวนเข้มข้น 3 วัน 2 คืน (ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2569) ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณ “ป่าห้วยเดือนห้า” ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่าง ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี และพื้นที่อนุรักษ์ใกล้เคียง เป้าหมายปฏิบัติการครั้งนี้ คือการสำรวจเส้นทางธรรมชาติที่ช้างป่าใช้เคลื่อนย้ายจาก ขสป.บุณฑริก-ยอดมน ไปยัง อช.ภูจองนายอย เพื่อหาแนวทางสนับสนุนให้ช้างป่าสามารถกระจายตัวออกไปอาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นๆ ตลอดแนวเทือกเขาพนมดงรักได้อย่างปลอดภัย

นายพิขัย กล่าวว่า การสนับสนุนให้ช้างป่าเคลื่อนย้ายหากินตามสัญชาตญาณในพื้นที่ป่าลึก ไม่เพียงแต่ลดโอกาสที่ช้างจะออกมารบกวนพืชผลการเกษตรของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์พืช สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนป่าพนมดงรักอย่างยั่งยืนอีกด้วย

สำหรับการปฏิบัติงานในรูปแบบ Smart Patrol ครั้งนี้ จะมีการบันทึกพิกัดตำแหน่ง แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และอุปสรรคในเส้นทาง เพื่อนำมาจัดทำแผนที่การจัดการช้างป่าในระดับภูมิภาค ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ป่าคู่ไทยภายใต้การบริหารจัดการที่ทันสมัยและยึดหลักวิชาการเป็นสำคัญ.