ศุภมาส สั่ง สคบ. สอบผู้ให้บริการติดโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน เตือนปชช.เช็ก ‘ฉลาก-ดูมอก.’ ก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกระแสข่าวผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดเหตุอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลด สร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคกว่า 5 แสนบาท ว่า ได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาฯ สคบ. ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจการแสดงฉลากสินค้ากลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ เพราะฉลาก คือเครื่องมือแรกที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง โดยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากให้ครบถ้วนถูกต้อง หากฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 52 กรณีผู้จำหน่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ขอเตือนพี่น้องประชาชนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้ตรวจสอบฉลากอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนซื้อ ดูชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก. และเก็บหลักฐานสัญญาทุกฉบับไว้เรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา อย่าหลงเชื่อราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจต้องเสียทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ส่วนผู้ประกอบการ หาก สคบ. ตรวจพบสินค้าไม่ติดฉลาก แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ข้อความฉลากอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ส่วนข้อร้องเรียนดังกล่าวพบว่าผู้ติดตั้งใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้าจากสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส และใช้สายไฟอะลูมิเนียมแทนสายทองแดง ทำให้ไฟตก ไฟดับ อุปกรณ์ละลาย เสี่ยงไฟไหม้ ปัจจุบันผู้เสียหายได้แจ้งความตามคดีอาญาที่ 743/2568 สถานีตำรวจนครบาลท่าพระ ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการแล้ว ขณะที่สคบ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ร้องเรียนเพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์ใช้ช่องทางออนไลน์เสนอบริการติดตั้ง และข้อสัญญา ไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์ จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนติดตั้งได้ จึงนัดหมายสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเพิ่มเติม ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ เพื่อพิจารณาการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าวต่อไป
นอกจากนี้ สคบ. จะพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมฉลากเป็นการเฉพาะ พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ

