ล่าคว้าหนุ่มจีนคาคอนโดทองหล่อหนีคดีฉ้อโกง 10 ล้านบาทกบดานไทย

14.05.26 | 14:58 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.ฯ ว่าที่ พ.ต.ท.เจตน์ ยุทธโยธิน ว่าที่ พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงศ์ สว.ฯ ร่วมกันสืบสวนจับกุมนายแจ๊คกี้ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง สืบเนื่องจาก กก.สืบสวน บก.ตม.1 รับแจ้งเบาะแสจากกองการต่างประเทศ ตร. ซึ่งรับการประสานผ่านสถานทูตจีน ว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายล้านบาท โดยก่อนถูกออกหมายจับผู้ต้องหาเปิดบริษัทเพื่อระดมทุนทำธุรกิจเทคโนโลยี แต่ต่อมาธุรกิจขาดทุนจึงหนีหนี้เข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทยกว่า 2 ปี เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนการแต่งตัว และเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ ตามโรงแรมและคอนโดเช่ารายเดือนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามตัว


พ.ต.อ.พลสิทธิ์กล่าวว่า ต่อมาชุดสืบสวน ตม.1 สืบสวนติดตามผู้ต้องหาต่อเนื่องหลายสัปดาห์จนพบเบาะแสว่านายแจ๊คกี้ ผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่บริเวณคอนโดหรู ย่านทองหล่อ เขตคลองเตย กทม. พฤติกรรมไม่เดินทางออกไปที่ไหนโดยจะให้แฟนสาวคอยซื้ออาหารและสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ เข้ามาให้ในที่พัก จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และจัดกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนพบตัวผู้ต้องหาเตรียมจะออกจากที่พักไปเปลี่ยนทรงผมใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบ ตม.1 จึงควบคุมตัว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองการต่างประเทศ ตร. ร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องหลังการจับกุมผู้ต้องหารับว่าเปิดบริษัทเพื่อระดมทุนทำธุรกิจเทคโนโลยีร่วมกับเพื่อนในประเทศจีน ต่อมาธุรกิจประสบภาวะขาดทุน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนแก่ผู้เสียหายได้ประกอบกับนำไปใช้ในทางส่วนตัวด้วย จึงหลบหนีไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนและวนมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยเปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ ทั้งการแต่งตัวและทรงผม ตลอดจนเปลี่ยนที่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม และคาดไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่ของไทยจะค้นหาจนเจอ ยอมรับว่าทำผิดและพร้อมกลับไปเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ประเทศจีนต่อไป

พ.ต.อ.พลสิทธิ์กล่าวว่า จากนั้นร่วมกับเจ้าหน้าที่กองทะเบียนกลาง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ พื้นที่ 4 ลงพื้นที่เอกเรย์แหล่งรวมตัวของคนต่างด้าว รวมถึงสถานที่ที่อาจมีคนต่างด้าวลักลอบทำงานสถานบริการ ร้านอาหาร ลักษณะนั่งดริงก์และบาร์โฮส พื้นที่ สน.วังทองหลาง และ สน.โชคชัย จำนวน 3 ร้าน พบว่าคนต่างด้าวลักลอบทำงานจึงทำการตรวจสอบ พบคนต่างด้าวทั้งหมด 21 ราย จากการตรวจสอบพบการกระทำความผิด จำนวน 6 ราย แบ่งเป็นสัญชาติลาว 2 ราย และสัญชาติเมียนมา 4 ราย จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และ “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำตัวส่ง พงส.สน.วังทองหลาง ดำเนินคดี