หน้าแรก ในประเทศ แจ้ง 4 ข้อหาห...

แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ตร.สันติบาล คดีกักขังแฟนสาว ซ้อมทารุณ เร่งค้นบ้านหาหลักฐานเพิ่ม

15.05.26 | 09:43 น.

คุมตัวตำรวจสันติบาลสอบเข้ม แจ้ง 4 ข้อหาหนัก คดีทำร้ายแฟนสาวผู้ช่วยพยาบาล เร่งค้นบ้านหาหลักฐานเพิ่ม

วานนี้ วันที่ 14 พฤษภาคม ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.คณิติน โพธิน อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล กองกำกับการ 2 เข้าสอบปากคำ พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือและแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาหนัก

หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายแฟนสาว ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาล ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ซึ่งการสอบสวนครั้งนี้ มี พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา ร่วมติดตามการสอบปากคำอย่างใกล้ชิด

ภายหลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ฯ ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตามประเด็นที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยระหว่างที่คุมตัว ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า จะขอโทษอะไรกับผู้ที่หาย หรืออยากพูดอะไรกับทางผู้เสียหายหรือไม่ แต่ทางผู้ประกอบเหตุไม่ได้พูดจะอะไรกับผู้สื่อข่าว แต่ดูสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียดระหว่างที่ถูกคุมตัว

Advertisement

ซึ่ง พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ ผู้ต้องหาได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมเก็บลายนิ้วมือและตรวจสอบพยานวัตถุต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งดำเนินคดี รวม 4 ข้อหา ได้แก่ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, นำข้อมูลภาพลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเสพสารเสพติด”

จากการสอบสวน พบว่า ผู้ต้องหามีอาการเครียด แต่ยังให้การบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่ฯ เชื่อว่า แม้เวลาจะผ่านมาหลายวันหลังเกิดเหตุ แต่พยานหลักฐานบางส่วนอาจยังคงหลงเหลืออยู่และสามารถตรวจเก็บได้

นอกจากนี้ ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งภายในบ้านพักของผู้ต้องหา และบ้านใกล้เคียง เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีอย่างละเอียด ซึ่ง พ.ต.อ.ศิริชัยฯ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล แต่ทุกข้อกล่าวหาจะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป