รองผู้ว่าฯ กทม. อัพเดต ‘ร่างผังเมืองรวม’ เวอร์ชั่นใหม่ รอบที่ 4 ปรับใหญ่ ใช้ที่ดิน-จัดโซนนิ่ง ลดถนนเหลือ 96 สาย ยกเลิกขยายซอยอารีย์
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ที่ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยมี นายอาสา ทองธรรมชาติ. ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง และ นายพรสรร วิเชียรประดิษฐ์ ที่ปรึกษาฯ ร่วมให้ข้อมูล
โดยมีประเด็นที่สำคัญ อาทิ การปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมหลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน, จุดเด่นของร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ ตลอดจนการดำเนินงานขั้นต่อไป
นายวิศณุกล่าวว่า เรื่องการทำผังเมืองรวมเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจและมีผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงขอรายงานความคืบหน้า ดังนี้
โดยขั้นตอนแยกย่อยเป็น 18 ขั้นตอน ตอนนี้อยู่ในขั้นที่ 10 หลังจากผ่านความเห็นชอบของ กรรมการผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานคร และมีมติออกมา
“คาดว่าจะปิดประกาศปลายเดือน มิ.ย.นี้ และรับฟังความคิดเห็นอีก 90 วัน จนถึงกันยายนนี้ สุดท้าย คาดว่ากว่าจะผ่านขั้นตอนทั้งหมด ก็น่าจะประกาศใช้ ตุลาคมปี 2570” นายวิศณุกล่าว
จากนั้น กล่าวถึงรายละเอียด 4 ประเด็น ที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นเข้ามา ดังนี้
1.การยกเลิกแนวถนนโครงการตาม ร่างผังเมืองรวมฯ ซึ่งในขั้นตอนการปิดประกาศ 15 วันและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ได้กำหนดถนนโครงการไว้จำนวน 148 สาย หลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและ ผ่านความเห็นของคณะกรรมการ ชุดต่างๆ เรียบร้อยแล้ว คงเหลือจำนวน 96 สายเท่านั้น โดยได้มีการยกเลิกถนนสาย ก (เขตทาง 12 เมตร) ถนนสาย ข (เขตทาง 16 เมตร) ออกไปหลายสาย โดยเฉพาะในเขตพญาไท ดินแดง จตุจักร และวัฒนา เป็นต้น
สำหรับ ถนนโครงการบางสายทางที่กำหนดให้มีขนาดเขตทาง 20 เมตร และ 30 เมตร ก็ได้มีการปรับลดขนาดเขตทางให้เล็กลงเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด แต่บางสายทางยังจำเป็นต้องคงไว้เพื่อให้การสัญจรของเมืองให้ยังคงมีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน
2. การปรับเปลี่ยนแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางบริเวณ’ เช่นการกำหนดพื้นที่เว้นขาวในบริเวณที่ทับซ้อนกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย EEC การปรับระดับการพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.8 บริเวณรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และบริเวณรอบสถานีมักกะสัน และการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ย.7 (บางส่วน) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.5 บริเวณโดยรอบโครงการนอร์ธปาร์คและสถานีทุ่งสองห้องตามศักยภาพของพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณ พื้นที่ชายทะเลเขตบางขุนเทียน จากประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.2 เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.1 และการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) พ.7 เป็นที่ดินประเภท ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ย.15 ย่านอโศกมนตรี เขตวัฒนา เป็นต้น
3.การยกเลิกพื้นที่พักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5 บริเวณ ได้แก่ บึงหมู่บ้านชวนชื่น บางเขน บึงหมู่บ้านมณียา บึงสวนสยาม บึงหมู่บ้านชวนชื่นพาร์ควิลล์ และ บึงหมู่บ้านเคซีเลควิว เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสภาพ ปัจจุบันแล้ว
นอกจากนี้ 4.ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดิน หรือมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights : TDR) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างเป็นธรรมให้กับประชาชน ให้สามารถปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินภายในที่ดินประเภทเดียวกันและบริเวณเดียวกัน และปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินโดยโอนจากแปลงที่ดินที่มีอาคารประวัติศาสตร์หรืออาคารอันควร ค่าแก่การอนุรักษ์ตามระเบียบที่กรุงเทพมหานครกำหนด ไปยังแปลงที่ดินที่อยู่ภายในระยะ 500 เมตร รอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองมีข้อห่วงใยถึงความชัดเจนในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ จึงเห็นควรหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เรียบร้อยก่อนนำมาตรการนี้มากำหนดในผังเมืองรวมต่อไป และให้ยกมาตรการนี้ออกจาก ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ออกไปก่อน
ในขั้นตอนต่อไป กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือ มิถุนายน 2569 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบร่างผังเมืองรวมได้ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต 50 เขต ศูนย์บริการสาธารณสุขโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร สวนสาธารณะในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครกรมโยธาธิการและผังเมือง และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (webportal.bangkok.go.th/cpud และ plan4bangkok.com)
นายวิศณุกล่าวด้วยว่า เพื่อความสะดวก แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลและยื่นคำร้องได้ผ่านทางเว็บไซต์ ของสำนัการวางผังและพัฒนาเมือง
โดยมีเวลา 90 วันในการยื่นคำร้อง จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อปิดประกาศรับฟังความเห็น ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนรวบรวมคำร้องอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลา
“หลังจากนั้นเข้าสู่การของที่ปรึกษาผังเมือง กรุงเทพมหานคร และกรรมการผังเมืองจังหวัด ไปที่กรมโยธาธิการ ซึ่งยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อออกเป็นข้อบัญญัติ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต่อไป” นายวิศณุกล่าว
เมื่อถามถึงภาพรวม ความพึงพอใจหลังการปรับ?
นายวิศณุกล่าวว่า การปรับผังเมืองใช้เวลา อยู่ที่ประชาชนเป็นคนบอกมากว่า ว่าพึงพอใจหรือไม่
“คีย์เวิร์ดของผังเมือง คือเป็นประโยชน์สาธารณะ นอกจากเศรษฐกิจ ต้องคำนึงถึง คุณภาพชีวิตที่ดีด้วย” นายวิศณุกล่าว และว่า
ทั้งนี้ ในกรณีที่แม้ผ่านกระบวนการต่างๆ ตามขั้นตอนแล้ว หากสภากรุงเทพมหานคร ไม่เห็นด้วย ทางสภาฯ ไม่สามารถปรับแก้ร่างผังเมืองดังกล่าว แต่จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เป็นอันต้องยุติไป
เมื่อถามถึงกรณีจุดที่ กระทบประชาชนส่วนใหญ่ ในการเวนคืนที่ดิน เพื่อขยายถนน ได้ยกเลิกทั้งหมดหรือไม่ ?
นายวิศณุระบุว่า ส่วนใหญ่ได้ยกเลิกหมดแล้ว เช่น ซอยอารีย์
สำหรับ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ด้วยตนเอง ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดเป็นศูนย์รับคำร้องและบริการข้อมูลให้คำแนะนำกับประชาชนตลอดช่วงระยะเวลาการปิดประกาศ 90 วัน หรือส่งไปรษณีย์มาที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร เลขที่ 45 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 หรือสำนักงานเขตทุกเขต หรือทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร (webportal.bangkok.go.th/cpud)
โดยทุกคำร้องจะได้รับการรวบรวมและเสนอต่อคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอย่างครบถ้วนต่อไป หลังจากนั้น จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมอีกครั้งหนึ่ง และดำเนินการตามขั้นตอนการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ภายในปลายปี 2570

