หน้าแรก ในประเทศ ด่วน! ลุงโยชน...

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด กัมพูชายอมส่งตัวกลับ

15.05.26 | 11:14 น.

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด ลดตึงเครียดชายแดน กัมพูชายอมส่งกลับ

จากรณีการหายตัวไปของ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ราษฎร หมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ หลังจากที่ได้เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง (สภ.กาบเชิง) เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีสูญหาย ภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายจอดอยู่บริเวณชายป่าพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อสืบสวนติดตามและให้ความช่วยเหลือโดยทันทีนั้น (อ่านข่าว)

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม มีรายงานว่า วานนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 กรณีการส่งตัว นายโยชน์ กลับประเทศไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และมีการประสานผ่านกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทั่งฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว

Advertisement

รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้จะใช้กลไกความร่วมมือระดับกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 เพื่อสะท้อนถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของคณะกรรมการ RBC ทั้งสองฝ่าย

เบื้องต้นกำหนดส่งตัวในวันนี้ (15 พ.ค.) เวลา 10.00 น. บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยฝ่ายไทยมี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.จ.นิด นารง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ด่านช่องสะงำ ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งมอบตัว นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” ให้แก่ พล.ต.กัมปนาท เพื่อรับตัวกลับมาสู่ประเทศไทย โดย นายโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายแต่อย่างใด

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความสำเร็จในการประสานส่งตัวครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การกำกับของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังสุรนารี ที่มี ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง จนสามารถผลักดันการประสานงานผ่านกลไก RBC ให้บรรลุผลได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การส่งตัวนายโยชน์กลับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือระดับ RBC ระหว่างไทย-กัมพูชา และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศได้ในระดับหนึ่ง

เวลา 11.15 น. ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา (อาคารอำนวยการ) สำนักงานพระคลังข้างที่ ถ.นครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีการปล่อยตัวนายโยชน์ ว่า “ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อคืน (14 พ.ค.) ว่าจะมีการปล่อยตัว ก็ดี ขอให้จริง เป็นไปตามนั้น”

ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาส่งตัว นายโยชน์ สายน้อย ชาวไทยที่ถูกจับกุม ขณะเข้าไปหาของในป่าให้กับกองทัพที่ 2 แล้วนั้น ว่า ถือเป็นความร่วมมือของรัฐบาล และกองทัพ และหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประสานงานทันที เมื่อรู้ว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้น วันนี้จึงเป็นที่มาของการปล่อยตัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการลดความขัดแย้ง เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่ความเป็นทหารของเราไม่ได้ลดหย่อนลงไป เรายังคงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย อย่างที่นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับฝ่ายกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะใช้กลไกทวิภาคีในการประชุม ตั้งแต่ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC, คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ตามลำดับ ซึ่งอยากให้เชื่อมั่นในกองทัพว่า มีความพร้อม พร้อมขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ

พล.ท.อดุลย์กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุม GBC ในระดับของกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการประชุม JBC ของกระทรวงการต่างประเทศก่อน เพราะสามารถทำควบคู่ไปกันได้ หากบรรยากาศดีเช่นนี้ ซึ่ง แต่ถ้ากลไกต่างๆ ดีขึ้น เช่น กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหลังหยุดยิงที่ได้พูดคุยกันไว้ และร่วมมือกันในการปราบปรามสแกมเมอร์ เราก็จะมีการพูดคุยกัน ซึ่งต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างกรณีนี้ พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการเปิดด่านแน่นอน และการส่งตัวในวันนี้ ไม่มีการแลกเปลี่ยนเงื่อนไขใด ๆ และไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการจะเปิดด่าน ซึ่งทุกอย่างยึดตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งการประสานงานมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการ ยืนยันว่า ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งระดับกองทัพ และระดับรัฐบาล

เมื่อถามว่า อยากให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เนื่องจากยังมีเหตุการณ์ตามแนวชายแดนอยู่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะทหารถือปืนชายแดนทั้ง 2 ฝ่าย ต่างฝ่าย ต่างปกป้องอธิปไตยของตนเอง โดยต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ความพร้อมของกำลังพล ตั้งแต่ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ไปจนถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันว่า มีความพร้อม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมีบ้าง เนื่องจากมีกำลังพลที่ขาดวินัย แต่ในส่วนของเราได้มีการกำชับอย่างดี ให้ปฏิบัติตามกฎการปะทะอย่างเข้มงวด ซึ่งเรามีบทเรียนอยู่แล้ว โดยกำลังพลทุกระดับมีความเข้าใจ