ไม่ต้องกังวล กทม.เปิดไส้ใน ‘ผังเมืองรวม’ ปรับ 20 จุดใหญ่ ถอดถนนชุมชน-ขยับโซน EEC ลดผลกระทบชุมชน – หลังประชาชนแห่คอมเมนต์ 1.5 หมื่นความเห็น – จ่อติดประกาศ 90 วัน เปิดฟังเสียงรอบสุดท้าย
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ที่ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยมี นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง และ นายพรสรร วิเชียรประดิษฐ์ ที่ปรึกษาฯ ร่วมให้ข้อมูล
โดยมีประเด็นที่สำคัญ อาทิ การปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมหลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน, จุดเด่นของร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ ตลอดจนการดำเนินงานขั้นต่อไป
ในตอนหนึ่งนายอาสา ทองธรรมชาติ ผอ.สำนักการผังเมือง กล่าวชี้แจง ถึงการปรับปรุงแผนผังที่เป็นประเด็นมากที่สุด เป็นข้อกังวลใจของพี่น้องประชาชน คือ ‘แผนผังคมนาคม’ ในส่วนถนนขนาดเล็ก ‘ถนน ก.’ ที่มีขนาดเขตทาง 12 เมตร และ ถนน ข. ที่มีเขตทาง 16 เมตร เป็นสิ่งกระทบมากที่สุดกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมาก
ตาม พ.ร.บ.ผังเมืองรวม ฉบับปัจจุบัน 2556 ถนนรวมทั้งหมดทุกขนาด มีทั้งสิ้น 136 สาย ซึ่งจากการปรับปรุงผังฯ ครั้งที่ 4 เราได้ติดประกาศ 15 วันไป จนได้มีการปรับปรุงทั้งสิ้นเป็น 146 สาย ส่วนใหญ่เป็นถนนขนาดเล็ก
“กรุงเทพมหานคร ตระหนักดีถึงความสำคัญของเสียงพี่น้องประชาชน จึงนำเสนอต่อคณะกรรมการผังเมืองชุดต่างๆ ทั้งชุดที่มีผู้ว่าฯ ชัชชาติ เป็นประธาน รวมถึง ชุดของคณะโยธาฯ ที่มีหน้าที่ให้ความเห็นในการกำหนดผัง และถนนต่างๆ
ก่อนนำความคิดเห็นของทั้ง 2 ชุด เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมผังเมืองจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งชุดนี้มี ปลัดฯมหาดไทย เป็นประธานฯ
สรุปแล้วเหลือถนน 96 สาย โดยลดจำนวนลงตามข้อคิดเห็นว่าอาจได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นถนนขนาดเล็กที่อยู่ในเขตเมืองชั้นใน ซึ่งส่วนนี้พิจารณาแล้วเห็นชอบ ให้เอาออกหลายสาย
“อย่างเช่น เขตพญาไท ถนน ก. ข. ที่เชื่อมถนนวิภาวดี ซอยอารีย์สัมพันธ์ ก็มีมติให้ระงับ นำออกไปจากร่างแผนผัง หรืออย่าง เขตดินแดง มีถนน ก. ข. 2 สายหลักๆ ก็นำออกเช่นเดียวกัน“
“ขอให้พี่น้องประชาชนทราบว่า คณะกรรมการฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในข้อคิดเห็นของประชาชน” นายอาสากล่าว
จากนั้น นายอาสา ยกตัวอย่าง เขตจตุจักร ส่วนหนึ่งที่จะเชื่อมกับระบบถนนของเขตดินแดง มีมีข้อกังวล ก็นำออกแล้ว
“ไม่ต้องกังวลใจ อีกส่วนที่อยู่ในพื้นที่ EEC ก็นำออกเช่นเดียวกัน
อีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญ อย่างเขตเมืองชั้นใน ย่านสุขุมวิท เขตวัฒนา ซึ่งเป็นถนน ก. ข. ที่พิจารณานำถนนออกเช่นกัน ซึ่งไม่น่าจะติดขัดอะไร อาจมีทางเลือกเดินทางรูปแบบอื่นแทน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน” นายอาสากล่าว และว่า
สำหรับ ขั้นตอนต่อไปจะมีการติดประกาศ 90 วัน ขอเรียนประชาชนให้ร่วมกันตรวจสอบสิ่งที่เรานำเสนอไปทั้งหมด ว่ามีการปรับแก้ผังเมืองรวม ให้หรือไม่ ? ซึ่งคาดว่าจะติดประกาศได้ปลายเดือน มิ.ย.- ก.ย. ตาม พ.รบ.การผังเมือง 2562
ซึ่งจะติดประกาศ ‘ร่างผังเมืองฯ’ ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ทั้ง 2 แห่ง รวมถึงสำนักวางผังและพัฒนาเมือง, กรมโยธาธิการและผังเมือง, สำนักการโยธากทม. ทั้ง 50 เขต, ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล สวนสาธารณะ และ สำนักงานที่ดินของกทม.
“อยากเรียนว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจ สำหรับความเห็นประชาชน ก็นำมาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ สูงสุด”
นายอาสาเผยว่า สำหรับ ช่องทางผู้มีส่วนได้เสีย (scecholder) สามารถยื่นคำร้องขอปรับปรุงข้อกำหนด ได้ทั้งติดต่อด้วยตนเอง ช่องทางไปรษณีย์ หรือที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ตลอดจนเว็บไซต์น โดยจะมีการตั้งศูนย์รับคำร้อง และสำนักงานเขต หรือโทร 02-354-1275
“มติต่างๆ ของทุกคำรอง จะแจ้งกลับทางไปรษณีย์ ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่านได้รับทราบผลการพิจารณาทั้งหมด โดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในกระบวนการออกข้อบัญญัติ ผ่านการพิจารณาของ สภากทม.อีก 6 เดือน ขั้นสอนสุดท้าย คือประกาศเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ประมาณปลายเดือนกันยายน 2570” นายอาสากล่าว
โดยพื้นที่ เขียวไลน์ ในฉบับติดประกาศ 15 วัน กับฉบับติดฯ 90 ยังคงเหมือนเดิม คือให้คงความเห็นตาม กรมโยธาธิการและผังเมือง
“จุดที่เปลี่ยนแปลงสำคัญประการหนึ่ง คือตัวอย่างการปรับเปลี่ยนจาก ผังเมืองฯ ติดประกาศ 15 วัน ซึ่งผ่านชุดของ ปลัดมหาดไทย ที่เห็นชอบผัง คือ ‘เรื่อง การกำหนดพื้นที่เว้นขาว ที่ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจพัฒนาพิเศษ (EEC)’ เป็นกฎหมาย EEC ที่มีขายื่นเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อต่อสนามบิน เข้าทางลาดกระบัง เชื่อมโยงไปยังดอนเมือง
จุดเหล่านี้ กำหนดไว้เป็น ‘สีน้ำตาล’ ตามผัง EEC เป็นที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เขตส่งเสริมรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน โดยพื้นที่ส่วนนี้ผังของ กทม.จะเป็นสีขาว แต่ผังของ EEC คือสีน้ำตาล” นายอาสาระบุ
นายอาสากล่าวว่า พื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญคือ บริเวณโดยรอบ EEC ในส่วนที่เป็นพื้นที่กทม. โซน ’กรุงเทพอภิวัฒน์’ ทั้งย่านหมอชิต ต่อเนื่องถึงเตาปูน โดยส่วนนี้ก็ปรับเปลี่ยนเป็น พ.8
อีกบริเวณคือ ’มักกะสัน’ จะมีการปรับเปลี่ยนตัวสีแดง จาก พ.7 เป็น พ.8 บริเวณที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และย่านพระราม 9
นายอาสากล่าวว่า อีกจุดที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ย.7 (บางส่วน) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.5 บริเวณโดยรอบโครงการนอร์ธปาร์คและสถานีรถไฟทุ่งสองห้อง
“เดิมทีตัวผังเมืองรวม ฉบับติดฯ 15 วัน เรามีการกำหนดเป็นตัวขอบเขตสีแดงเอาไว้ คลุมตัวสถานีรถไฟฟ้าไปด้วย ซึ่งหลังติดประกาศ ก็มีข้อร้องเรียนข้อคิดเห็นหลายส่วน จากทั้งเจ้าของที่ดิน บุคคลทั่วไป ที่เห็นว่าตรงนี้ควรจะมีการปรับเปลี่ยน
คณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมกรุงเทพฯ คือ ท่านผู้ว่าฯ (ชัชชาติ) ก็เห็นว่า อันนี้ควรจะต้องถอยให้เหมือนกับตัวกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมฉบับปัจจุบัน จึงได้มีการถอนตัวนี้ออกไป เป็นส่วนที่เว้าแหว่งอยู่ ซึ่งก็ได้เสนอความเห็นไปแล้ว“
“พอเข้า กรมโยธาธิการ และผังเมือง ก็เห็นว่า ควรจะกลับไปเป็นฉบับที่ 15 วัน เพราะสาธารณูปโภค เปลี่ยนด้วย มีระบบขนส่งมวลชนเข้ามาในพื้นที่ มีศูนย์ราชการด้วย มีอีกหลายเหตุผล ซึ่งล่าสุดได้ผ่าน คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดเรียบร้อยแล้ว”
จากนั้น นายอาสากล่าวถึงประเด็นที่ 4 คือการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.2 เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.1 บริเวณพื้นที่ชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งมีการอัพโซน
ในส่วนข้อร้องเรียนที่ ’ย่านอโศก‘ ก็มีการดาวน์โซน โดยพี่น้องประชาชนบอกว่า ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับให้เป็นสีแดง ซึ่งถามคณะกรรมการทั้ง 3 ชุดเห็นควรว่าควรปรับให้ปรับเป็น ‘สีน้ำตาล’ ใกล้เคียงกับของเดิม
เมื่อถามถึงข้อจำกัด ?
นายอาสากล่าวว่า มีข้อจำกัดเรื่องการพิจารณาที่ต้องใช้เวลา โดยมีข้อคิดเห็นจากประชาชนเข้ามามากถึง 15,000 ราย จัดเป็น 800 ประเด็น จึงต้องใช้เวลาพิจารณา ซึ่งการขยายเวลาทำให้ยืนยาวออกไป ทั้งนี้ ผังเมืองปี 56 ค่อนข้างเก่าแล้ว ไม่ทันโลก คืออุปสรรคประการหนึ่ง
“อย่างไรก็ดี ผังเมือง เป็นกลไกการพัฒนาเมืองที่สำคัญ ทำให้เราสามารถแข่งขันกับเมืองต่างๆ ของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำคัญคือเราทำเพื่อทุกคน ให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน” นายอาสากล่าว
เมื่อถามถึงบริเวณคลองเตย มีการปรับเป็นสีแดงหรือไม่ ?
นายอาสากล่าวว่า มีการขยับเล็กน้อย ตรงศูนย์ท่าเรือคลองเตย (สีน้ำเงิน) ให้เชื่อมต่อกับถนนสาทร นราธิวาส ในอนาคตระยะยาว
เมื่อถามถึงจุดประสงค์ของการปรับปรุงผังเมืองรวม ฉบับนี้ ว่าเป็นไปเพื่ออะไร ?
นายอาสากล่าวว่า หลักๆ คือปรับตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป กทม.มีระบบพื้นฐานรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ โครงสร้างประชากรค่อนข้างเปลี่ยน รวมถึงปัจจัยเรื่องสิ่งแวดล้อม โลกรวน จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพที่แปรเปลี่ยนไป
เมื่อถามว่า คนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ กระทบเรื่องอะไร?
นายอาสากล่าวว่า โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องถนนหน้าบ้าน เราสงวนพื้นที่เอาไว้เพื่อรองรับการพัฒนาในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพื่อให้ลูกหลานมีถนน ทางเท้า ร่มไม้ ให้เดินได้สะดวก ไม่ต้องมาเดินในร่องตัววี
”เราสงวนสิทธิระบบถนนเอาไว้ เพื่ออนาคต ในกรณีประชาชนสร้างบ้านต่อเติม จะมีกฎหมายอื่นซ้อนอยู่ โดยอาจใช้บังคับ กฎหมายควบคุมอาคาร แทน“ นายอาสากล่าว

ด้าน นายพรสรร วิเชียรประดิษฐ์ ที่ปรึกษา คณะกรรมการผังเมืองฯ กล่าวถึง ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง
ว่าเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการผังเมืองฯ โดยผู้ยื่นคำร้อง แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1.เป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์เพื่อสาธารณะ สามารถเป็นใครก็ได้
2.เป็นผู้ที่เคยยื่นคำร้องแสดงความคิดเห็นไว้ เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 9 (คือช่วงที่มีการติดประกาศ 15 วัน) ที่เราได้จัดไปก่อนหน้านี้ รวมถึงที่มีการขยายเวลาในการรับข้อคิดเห็น โดยเดินสายไปตาม 50 เขต หรือประชาชนสามารถยื่นคำร้องในขั้นตอนรอบนี้ได้อีกครั้ง
“ผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องในกรณีที่ 2 ก็จะเป็น 1.ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือทรัพย์สินที่อยู่ติดกับที่ดินนั้น กล่าวคือเป็นเจ้าของที่ดิน 2.บุคคลอื่นใดที่แสดงตนได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหากไม่แน่ใจสามารถปรึกษา นักการวางผังฯ ก่อนได้
เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาทั้งหมด ก็จะมีการตอบกลับคำร้องไปยังผู้ที่ยื่นคำร้องมา ทุกท่าน” นายพรสรรกล่าว
เมื่อถามถึงจุดหลัก มีหลายจุดมากน้อยแค่ไหน ที่มีการปรับผังเมือง ?
นายพรสรรเผยว่า มีประมาณ 20 จุดหลัก ที่มีการปรับผังเมือง หลักๆ คือ เพื่อรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนไป จากข้อสรุปหลังรับฟังความคิดเห็น เชื่อว่าจะทำให้เมืองมีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เช่น กำหนดการเว้นที่โล่งตามกฎหมาย เพื่อปลูกต้นไม้ 50% ให้น้ำระบายออกได้
เรื่องของถนนมีหลายวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมต่อ ตามนโยบายเส้นเลือดฝอย แต่พิจารณาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ใหญ่เกินไป จึงถอดออก ปรับใหม่ นอกจานี้ยังมีรายละเอียด ที่ทั้งลดขนาด และเพิ่ม
ในขั้นตอนต่อไป กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือ มิถุนายน 2569
สำหรับ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ด้วยตนเอง ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดเป็นศูนย์รับคำร้องและบริการข้อมูลให้คำแนะนำกับประชาชนตลอดช่วงระยะเวลาการปิดประกาศ 90 วัน หรือส่งไปรษณีย์มาที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร เลขที่ 45 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 หรือสำนักงานเขตทุกเขต หรือทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร (webportal.bangkok.go.th/cpud)
โดยทุกคำร้องจะได้รับการรวบรวมและเสนอต่อคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอย่างครบถ้วนต่อไป หลังจากนั้น จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมอีกครั้งหนึ่ง และดำเนินการตามขั้นตอนการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ภายในปลายปี 2570









