ญาติโชเฟอร์เท็กซี่เหล็กแทงกระจกโวยกรมทางหลวงใจดำ ไม่เหลียวแล

1.06.17 | 16:26 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8(ผบก.น.8) พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ บก.น.8 นำกระเช้าและเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งเข้าเยี่ยม นายพรหมมา ขันขวา อายุ 67 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด ทะเบียน ทส 5634 กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกเหล็กกั้นเปิด-ปิดสะพานกรุงเทพ ยาว 4 เมตร แทงเข้ากระจกรถด้านหน้าทะลุออกกระจกด้านหลังฝั่งขวาในช่วงที่กรมทางหลวงชนบทจะทำการปิดกั้นสะพานเพื่อให้เรือขนาดใหญ่แล่นผ่าน

นายสำเร็จ ทองเชตุ อายุ 40 ปี ลูกเขยของนายพรหมมา เล่าว่า ครอบครัวยากจนมากเป็นคนหาเช้ากินค่ำไม่คิดว่าพ่อตาจะมาประสบเหตุแบบนี้ ที่สำคัญตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทรายใดเข้ามาเยี่ยม หรือแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือทั้งด้านคดีความ และทางมนุษยธรรมนับว่าใจดำมากๆ หนำซ้ำ ยังมีการส่งตัวแทนเข้าไปให้การกับทางพนักงานสอบสวน อ้างว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ สลักยึดเครื่องกั้นสะพานถูกพายุฝนพัดจนหลุดทำให้เครื่องกั้นสะพานกระเด้งมาถูกรถพ่อตาที่ขับผ่านมา ซึ่งตนว่าเป็นไปได้ยากมาก อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องให้ นายอัมพัน เชยกุล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท ที่ควบคุมระบบสั่งการเครื่องกั้นบนสะพานกรุงเทพในช่วงนั้น เข้ามอบตัวเสียทีเพื่อให้การนำความจริงมาสู้กันอย่าคิดว่าจะหลบหนีไปได้พ้นเพราะเรื่องมันก็บานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว

ด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เผยว่า ขณะนี้อาการ นายพรหมมา ยังทรงตัวและยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้เพราะยังหมดสติ โดยหลังจากนี้มีความเป็นไปได้ว่าตาขวาอาจจะต้องถูกควักออกด้วย ซึ่งยังต้องรอดุลยพินิจของทางแพทย์ผู้ให้การรักษา ส่วน นายอัมพัน ที่ยังหลบหนี ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้วให้เข้ามาพบในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ หากยังไม่มาพบก็จะออกหมายเรียกอีกครั้ง และออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเข้าข่ายมีเจตนาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจสอบตามคำอ้างว่าลมพายุฝนพัดสลักยึดเครื่องกั้นจนหลุดกระเด้งออกมาทำให้เกิดเรื่องขึ้นนั้นยังต้องรอผลพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่วิศวกรรม ที่ร่วมดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำมาประกอบสำนวนคดีเพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป