หน้าแรก ในประเทศ ส.ก.เนอส สงสั...

ส.ก.เนอส สงสัย ค่าต้นไม้ 30 ล. ชี้ ‘ทางเดินริมน้ำบางพลัด ‘ไม่ชอบมาพากล’

16.05.26 | 12:09 น.

ส.ก.เนอส สงสัย ค่าต้นไม้ 30 ล. ชี้ ‘ทางเดินริมน้ำบางพลัด ‘ไม่ชอบมาพากล’

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณีชาวบ้านเขตบางพลัดร่วมกันแถลงคัดค้านโครงการพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ซึ่งมีระยะทาง 3.5 กม. ตั้งแต่ช่วงสะพานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสะพานกรุงธน (ซังฮี้) โดย สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร

นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ เปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีความน่ากังวลตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน โดยระบุว่า มีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างที่ปรากฎชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

นางสาวภัทราภรณ์ เปิดเผยว่าโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัดมีระยะเวลาดำเนินการผูกพัน 2 ปี (2569-2570) เป็นโครงการที่ได้รับการโหวตด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้ผ่าน สภากทม.ในเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณจำนวน 264,268,000 บาท

Advertisement

เดิมโครงการนี้เป็นไอเดียทางเดินและทางจักรยานริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยุค ผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง ช่วงปี 2562 และถูกปรับมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่การพิจารณาของ สภากทม.ในยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อปลายปี 2568

“จุดที่น่าสังเกตคือ งบประมาณจำนวน 264,268,000 บาทนี้ เข้ามาให้ สภากทม.ได้พิจารณาในช่วงงบแปรญัตติ งบรายจ่ายประจำปกติถูกพิจารณาเสร็จแล้ว มีการตัด-ปรับลดโดยสภาไปถึง 6,200 ล้านบาท ฝั่งผู้ว่าฯ จึงต้องยื่นโครงการมาอีกครั้งในมูลค่าใกล้เคียงกันกลับมาให้สภาพิจารณาใหม่ ขั้นตอนนี้เรียกว่างบแปรญัตติ

งบแปรญัตติโดยตัวมันเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ถือเป็นขั้นตอนปกติของกระบวนการพิจารณางบ แต่เป็นที่รู้กันว่า งบแปรญัตติแต่ดั้งเดิมเป็นช่องทางการทุจริตชั้นดี เนื่องจากมักเป็นโครงการใหม่ เอกสารชี้แจงน้อย และเวลาในการพิจารณาน้อยมาก

โดยแต่จะปี ตารางการพิจารณางบจะถูกกำหนดใหม่โดยประธานคณะกรรมการวิสามัญงบที่มาจากกลุ่มที่เป็นเสียงข้างมากใน สภากทม. ซึ่งการพิจารณางบแปรในปี 2568 ถือว่าย่ำแย่มากจนเป็นจุดตกต่ำใหม่ (New-low) ในการพิจารณางบของ สภากทม.ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ เพราะงบแปรจำนวน 6,200 ล้านบาท มีเวลาพิจารณาแค่ 1 วัน เอกสารมาเป็นลังให้ตอนเช้า ต้องตัดสินใจว่าจะตัด-ปรับลด-ผ่าน ในตอนค่ำวันเดียวกัน

สภาไม่เคยเห็นเอกสารมาก่อน ไม่มีให้เป็นไฟล์ มีแต่เป็นเล่มให้ในลัง ต้องเปิดอ่านไปถามไปแบบเร่งรีบ เพราะโครงการเยอะมาก และถูกกดดันในห้องประชุมเมื่อใช้เวลากับบางโครงการที่น่าสงสัย” นางสาวภัทราภรณ์ ระบุ

นางสาวภัทราภรณ์ ระบุต่อไปว่า แม้เอกสารปีนี้จะมีรายละเอียดมากกว่าปีก่อนๆ ที่เดิมโครงการหนึ่งจะเขียนมาบรรทัดเดียว เช่น โครงการพัฒนาความสารถด้านวิทยาศาสตร์ XX ล้านบาท ในปีนี้มีการแจกแจงรายการย่อยของโครงการนั้นๆ ออกมาเพิ่มเติม รายการละ 1 บรรทัด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ ส.ก.ที่พิจารณางบบอกได้ว่าราคาหรือตัวโครงการเหมาะสมหรือไม่อยู่ดี

โครงการส่วนใหญ่ไม่สามารถขอเอกสารเพิ่มเติมได้ เพราะต้องตัดสินใจภายในวันนั้น ยกเว้นบางโครงการที่พิจารณาตอนเช้า ข้าราชการเอาเอกสารเพิ่มมาให้ทันช่วงเย็น เมื่อขอเอกสารเพิ่มเติมไม่ได้ ก็ต้องพึ่งคำตอบของข้าราชการในห้องประชุม ซึ่งหลายครั้งไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่

“โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยานี้ ก็เช่นกัน มีเอกสารมาให้ทั้งหมด 18 หน้า โดยจุดที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความไม่โปร่งใสอย่างชัดเจน คือ โคมไฟเสาสูง ชุดละ 42,800 บาท จำนวน 135 ชุด โคมไฟสนาม ชุดละ 37,450 บาท จำนวน 37 ชุด รวมหมวดโคมไฟทั้งหมด 13,478,801 บาท ต้นอโศกน้ำ/มะพลับ/ไทรกวนอู/นางกวัก หลายขนาด ต้นละ 45,000-70,000 บาท จำนวน 603 ต้น รวม 30,635,000 บาท

โดยทั้งหมดเขียนมารายการละ 1 บรรทัด ไม่มีรายละเอียดใดๆ อีก

ดิฉันได้สอบถามข้าราชการที่มาชี้แจงในที่ประชุมว่า มีความจำเป็นอะไรที่ต้องใช้ต้นไม้พันธุ์นี้ที่ราคาสูงมาก ได้รับคำตอบว่า รากไม่ชอนไชและไม่ผลัดใบเท่านั้น ดิฉันจึงได้สอบถามอีกว่าราคานี้เป็นราคาขายปลีก แต่โครงการนี้ใช้ถึง 603 ต้น จะเป็นราคานี้ได้อย่างไร ก็ไม่ได้มีคำตอบที่สมเหตุสมผล มี ส.ก.ท่านอื่นสอบถามเรื่องการรับฟังความเห็นจากประชาชนและการได้รับความยินยอมให้ดำเนินโครงการ ซึ่งได้รับคำตอบที่หนักแน่นว่ามีการพูดคุย รับฟัง และยินยอมจากภาคเอกชนริมแม่น้ำแล้ว จากนั้นก็ถูกกดดันให้ข้ามไปพิจารณาโครงการอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมโหวตให้โครงการนี้ผ่าน แม้ว่าดิฉันจะเสนอให้ตัดทิ้งทั้งโครงการ” นางสาว ภัทราภรณ์ ระบุ

นางสาวภัทราภรณ์ ระบุต่อไปว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการของโครงการพัฒนาทางเดินและทางจักรยานริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้งใจว่าจะไปตรวจสอบรายการงบที่ส่อทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแทน แต่ที่ทักท้วงในวันนี้ เนื่องจากมีข้อมูลออกมาหลายฝ่ายว่าไม่ได้มีการพูดคุย รับฟัง หรือยินยอมจากภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบอย่างที่มีการแจ้งไว้ในที่ประชุมการพิจารณางบจากข้าราชการของ กทม.เอง ประกอบกับความไม่ชอบมาพากลของการยัดโครงการขนาดใหญ่นี้เข้ามาในงบแปร ทั้งที่สามารถตั้งโครงการให้พิจารณาอย่างปกติได้ หมายความว่าโครงการนี้ไม่ได้มีรายละเอียดครบถ้วนมาตั้งแต่ต้นหรือไม่ รวมถึงราคาคุรุภัณฑ์หลายรายการก็เกินจริ งและอาจไม่จำเป็นต้องเจาะจงเป็นประเภทนี้

“เนื่องจากโครงการนี้มีความไม่ชอบมาพากลทั้งกระบวนการ ตามที่ท่านรองผู้ว่าฯ วิศณุแถลง ว่าจะชะลอโครงการออกไปก็เป็นเรื่องดี แต่ดิฉันขอเรียกร้องให้มีการชี้แจงกับพี่น้องประชาชนให้ชัดเจน ว่าหลังจากนี้ กทม.จะมีแผนดำเนินการต่อไปอย่างไร ทั้งเรื่องการรับฟังความเห็นของผู้อยู่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบัน อาคารเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีที่อาจได้รับผลกระทบ ข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสของงบประมาณจากภาษีของพี่น้องประชาชนกว่า 264,268,000 บาท และแบบก่อสร้างอย่างละเอียดด้วย

ดิฉันยืนยันว่าการพัฒนาเมืองจะต้องคำนึงถึงประชาชนทุกกลุ่มใน กทม. ไม่ใช่คำนึงถึงผู้มาใช้บริการพื้นที่สาธารณะแล้วละเลยกลุ่มผู้อยู่อาศัยเดิมที่มีวิถีชีวิตริมน้ำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อาคารวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ในพื้นที่ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ แม้โครงการนี้จะไม่เข้าเงื่อนไขการทำ EIA ก็ตาม” นางสาวภัทราภรณ์ ทิ้งท้าย