นิติเวช รพ.ตร. ส่งผลตรวจอัตลักษณ์เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ให้ตำรวจแล้ว 4 ราย วอนญาติผู้สูญหายอีก 1 ครอบครัวรีบติดต่อด่วน ขณะที่ทีมเยียวยาจิตใจ-ร่วมกตัญญู สแตนด์บายพร้อมส่งศพกลับภูมิลำเนาฟรี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์สาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดงว่า ขณะนี้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยยืนยันรายชื่อได้แล้ว 4 ร่าง และได้ส่งรายชื่อไปยัง สน.มักกะสัน เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้ สน.มักกะสันพูดคุยรายละเอียดกับญาติก่อน ตนมีหน้าที่ตรวจสอบเพียงเรื่องของความสัมพันธ์กับครอบครัวเท่านั้น ซึ่งญาติต้องไปให้ข้อมูลกับสถานีตำรวจเพิ่มเติม
ส่วนที่เหลืออีก 4 ร่างกำลังดำเนินการ เพราะต้องตรวจพิเศษ ซึ่งในส่วนของผู้เสียชีวิตเราตรวจเสร็จแล้ว แต่ที่ยังไม่ครบคือข้อมูลของญาติ เนื่องจากต้องรอญาติเข้ามาเก็บดีเอ็นเอก่อน

เมื่อถามว่า สามารถเก็บ DNA และติดต่อญาติได้ครบแล้วหรือไม่ พล.ต.ต.วิรุฬห์เปิดเผยว่า ไม่ครบ โดยมีญาติเข้ามาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว 7 ครอบครัว จากทั้งหมด 8 ครอบครัว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าตรงทุกครอบครัวหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ญาติต้องเป็นคนติดต่อมา หากสงสัยก็สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และไม่ทราบว่าเป็นเพศใด เพราะขณะนี้ยังระบุไม่ได้ทั้งหมด
ส่วนร่างที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อ เจ้าหน้าที่จะเก็บร่างไว้ก่อน และรอประชาสัมพันธ์จากญาติ เหมือนการพบศพที่ไม่ทราบชื่อ ทั้งการเก็บหลักฐาน ตัวอย่างดีเอ็นเอ และร่างของผู้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์ไปว่าหากใครสงสัยว่าอาจมีญาติเราอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวให้มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบที่นิติเวชได้
มีรายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตํารวจว่า ปัจจุบันสถาบันนิติเวชได้ส่งข้อมูลหลักฐาน ผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (DNA) ไปยังพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แล้ว 4 ราย โดยขั้นตอนหลังจากนี้ญาติของผู้เสียชีวิต จากเดิมที่ได้มีการแสดงตัวที่สถาบันนิติเวชพร้อมกับเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้ตรวจไว้เปรียบเทียบ หลังจากนี้ทางญาติจะต้องไปติดต่อให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนที่ สน.มักกะสัน เพื่อยืนยัน ผลพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชว่าที่เป็นญาติกับบุคคลใด สามารถระบุชื่อ-นามสกุล เพื่อให้พนักงานสอบสวนออกเอกสารในการติดต่อขอรับร่างที่สถาบันนิติเวช ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนสถาบันนิติเวชไม่สามารถจะรู้ชื่อหรือนามสกุลได้ ต้องให้ญาติยืนยันว่าเป็นบุคคลที่สูญหายและมีดีเอ็นเอตรงกัน

พร้อมฝากประชาสัมพันธ์หากครอบครัวใดมีบุคคลสูญหาย หรือหรือเป็นญาติพี่น้อง ขอให้ติดต่อกับทางสถาบันนิติเวช หรือโทร 0-2207-6108
ขณะเดียวกัน มูลนิธิร่วมกตัญญูได้เตรียมความพร้อมในการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับภูมิลำเนา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เบื้องต้นยังต้องรอการประสานจากสถาบันนิติเวชเพื่อกำหนดวันและเวลาที่สามารถรับร่างผู้เสียชีวิตกลับได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูได้จัดเตรียมรถสำหรับเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตมาสแตนด์บายไว้แล้ว 7 คัน หากได้รับการยืนยันจากทางนิติเวชว่าสามารถเคลื่อนย้ายร่างได้ ก็จะดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับภูมิลำเนาได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตมาสนับสนุนการเยียวยาจิตใจ เพื่อรองรับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกด้วย

