ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำสั่ง “สหกรณ์คลองจั่น”ยื่นถอนฟ้องคดียักยอก”ศุภชัย” 28 มิ.ย.

2.06.17 | 12:15 น.

เมื่อวันที่ 2มิถุนายน นายวันชัย บุญนาค ทนายความของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ60 ปีอดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำเลยในคดีดำ อ.1739/2558ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และจัดการทรัพย์สินผู้อื่นโดยทุจริตในฐานะเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354 เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ศาลอาญาได้นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องที่ สหกรณ์ฯคลองจั่นได้ยื่นถอนฟ้องคดียักยอกทรัพย์หมายเลขดำที่ 1739/2558เเก่นายศุภชัย โดยคดีนี้มาจากกรณีวันที่ 10 เมษายน – 8 ตุลาคม 2556 นายศุภชัยจำเลยให้เจ้าหน้าที่บัญชี เบิกเงินสดของสหกรณ์ ผู้เสียหาย หลายครั้งหลายหนรวม 8 ครั้งๆ ละระหว่าง 184,000 บาท – 6,000,000 บาท รวม 22,132,000 บาทเข้าบัญชีของจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต โดยในชั้นพิจารณานายศุภชัย ได้ให้การรับสารภาพ ศาลอาญา จึงพิพากษาลงโทษจำคุก8 กระทงรวมเป็นเวลา14 ปี 24 เดือน

โดยระหว่างที่มีการอุทธรณ์คดี นั้นนายศุภชัย จำเลยได้มอบหมายให้ตนนำเงิน 34,752,150 บาท มาชดใช้เป็นค่าเสียหายให้กับสหกรณ์ฯ เเละสหกรณ์ ฯในฐานะผู้เสียหายก็ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอถอนฟ้องคดี ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำสั่งให้ศาลอาญา สอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการสอบถามคู่ความในครั้งนั้นทางอัยการโจทก์ได้มีการเเถลงคัดค้านโดยอ้างเหตุว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นผู้เสียหายไม่มีอำนาจทำบันทึกตกลงยอมความในคดีอาญากับนายศุภชัย เนื่องจากสหกรณ์คลองจั่นอยู่ระหว่างคดีขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพ.ร.บ.ล้มละลาย ในศาลล้มละลายกลาง ซึ่งตนก็ได้ยื่นคำร้องโต้เเย้งคัดค้านคำร้องของพนักงานอัยการเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ก่อนที่คดีจะสิ้นสุดตาม ป.วิอาญามาตรา35 ไม่ใช่เป็นคดีเเพ่งเเละไม่ใช่คดีขอฟื้นฟูกิจการ ฉนั้นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยกรรมการการดำเนินงานเเละผู้บริหารสหกรณ์ย่อมสามารถตกลงรับเงินเยียวยาเเละทำบันทึกยอมความกับนายศุภชัยจำเลยได้ เเละหากที่สุดเเล้วหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตถอนฟ้องได้คดีอาญาดังกล่าวก็จะเป็นที่ระงับตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า หากศาลอนุญาตถอนฟ้องคดีนี้เเล้ว นายศุภชัยมีสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวเลยหรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า นอกจากคดีนี้เเล้ว นายศุภชัยยังมีคดีอยู่ที่ศาลอาญาอยู่อีก3คดี ซึ่งมีคดีที่ร่วมกับ น.ส.ศรัณยา มานหมัด นางทองพิน กันล้อม ร่วมกันฟอกเงินวัดพระธรรมกาย ที่มีผู้ต้องหาเป็นพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องด้วย เเละนอกจาก3คดีในชั้นศาลเเล้ว ยังมีคดีที่อยู่ในการทำสำนวนของดีเอสไอรวมเเล้วเป็นสิบกว่าคดี

เมื่อถามอีกว่า หากศาลอนุญาตถอนฟ้องคดีนี้จะยื่นประกันตัวนายศุภชัย ที่ยังมีคดีค้างอยู่ในศาลหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ก็จะต้องพิจารณาในเรื่องการหาเงินทุนเนื่องจากนายศุภชัยยังมีคดีค้างอยู่ในดีเอสไอเเละอัยการจำนวนมาก หากถึงได้รับการปล่อยชั่วคราวจาก3คดีในชั้นศาลเชื่อว่า จะมีพนักงานสอบสวนมารออายัดตัวหน้าเรือนจำเเละหลังจากนั้นคงต้องนำมาฝากขังเเละคงต้องมีการยื่นประกันซ้ำอีก คาดว่าหากจะยื่นประกันตัวนายศุภชัยคงต้องใช้หลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 20-30ล้านบาท

“ที่ผ่านมาเราเคยยื่นประกันตัวคดียักยอกทรัพย์ในคดีฟอกเงินนี้ต่อศาลอุทธรณ์เป็นสิบครั้งเเต่ไม่เคยได้ประกันตัว ซึ่งถึงเเม้ศาลจะอนุญาตถอนฟ้องเเต่คดีฟอกเงินวัดพระธรรมกายศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยรายอื่นด้วยการจะยื่นประกันตัวก็จะต้องยื่นหลักทรัพย์จำนวนมากเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ที่มีข่าวลือตามโซเชี่ยลว่าหากศาลอนุญาตถอนฟ้องคดียักยอกนี้เเล้วศุภชัยจะได้ปล่อยตัวไปเอามาจากไหน” นายวันชัยกล่าว

Advertisement