‘มติชนเฮลท์แคร์’ จัดเต็มตรวจสุขภาพฟรีพร้อมเปิดเวทีเสวนาวิธีรักษาดวงตาเเละเทคนิคดูเเล สุขภาพผู้สูงวัย

2.06.17 | 16:03 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่เพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานเฮลท์แคร์ 2017 “ฟิตเกินวัย ใจเกินร้อย” มหกรรมเพื่อคนรักสุขภาพซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยภายในงานมีการตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลและสถาบันชั้นนำจำนวน 16 แห่ง อาทิ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG, รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ตรวจตาด้วยเครื่องวัดค่าสายตาและตรวจตาด้วยจักษุแพทย์, ศูนย์ถันยรักษ์ รพ.ศิริราช บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป ศิลปะ-ไอที-การเงิน การเสวนาบนเวที งานออกร้านสินค้าสุขภาพกว่า 200 บูธ พร้อมกิจกรรมออกกำลังกายและฟังเพลงในช่วงเย็นของทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานวันที่ 2 ช่วงเที่ยงเป็นต้นไป ผู้ร่วมงานทยอยเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการตรวจสุขภาพฟรี อีกทั้งคลิกนิกพิเศษ ของโรงพยาบาลรามาธิบดี มีผู้ร่วมงานตรวจสุขภาพเป็นจำนวนมาก พร้อมร่วมกิจกรรมป้องกันการเป็นอัลไซเมอร์ ทดสอบการได้ยิน-ได้กลิ่น เป็นต้น

Advertisement

ด้าน น.ส.กิตยากรณ์ แซ่ลิ้ม อาชีพแม่บ้าน อายุ 66 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากมีนบุรี ภายหลังทราบข่าวการจัดงานจากทางวิทยุ ตนเคยมางานเฮลท์แคร์แล้วจากปีก่อนๆ หากปีต่อๆ ไปมีการจัดงานนี้ขึ้นก็จะมาร่วมงานอีก

“สนใจมาร่วมกิจกรรมออกกำลังกายของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งนอกจากมาออกกำลังกายแล้ว ยังตั้งใจมาเลือกซื้อสมุนไพร อาหาร ธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้จัดงานเลือกสถานที่ดี บริเวณกว้าง การบริการก็ประทับใจ อยากให้จัดงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะประชาชนให้ความสนใจกันจำนวนมาก” น.ส.กิตยากรณ์กล่าว

นางแก้วมณี สุตันตยาวลี อาชีพแม่บ้าน อายุ 55 ปี กล่าวว่า ทราบข่าวจากทางไลน์ที่กลุ่มเพื่อนๆ ส่งให้ วันนี้เลยชวนเพื่อนมาด้วย ส่วนตัวสนใจเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว จึงเดินทางจากดินแดงมาร่วมงานนี้ วันนี้มาสายเลยไม่ได้ตรวจสุขภาพ เพราะจำนวนเต็มแล้ว ได้แต่เดินดูสินค้าไปเรื่อยๆ หลังทราบข่าวการจัดงานก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมาทุกวันไหม แต่ถ้าสะดวกมาได้ก็อยากมาอีก

เวลา 12.00 น. มีการจัดกิจกรรม “Doctor Talk : การป้องกัน สร้างเสริมสุขภาพในผู้สูงวัย” โดย นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ เลขาธิการแพทยสภา

นพ.สุกิจกล่าวว่า การเข้าสู่วัยผู้สูงอายุต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ โดยใช้หลัก 3 อ.ง่ายๆ เริ่มด้วย อ.อาหาร แนะนำให้ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ คือ พืชผัก ผลไม้ โดยกระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการรับประทานอาหารว่า ทานผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง ทานข้าวแต่น้อย และกลุ่มของข้าวและน้ำตาลนั้นอาจเป็นสิ่งไม่จำเป็นเลย

“หากทานผลไม้ ร่างกายจะได้รสหวานจากผลไม้อยู่แล้ว ส่วนสิ่งที่เป็นอันตรายเลยคือน้ำหวาน ในทางการแพทย์ น้ำหวานจะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เลือดหนืด การไหลเวียนเลือดไม่ดี ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทน้ำหวาน ขอให้ดื่มน้ำเปล่าแทน” นพ.สุกิจกล่าว

นพ.สุกิจกล่าวต่อว่า 2 คือ อ.อารมณ์ หลักของพุทธศาสนาเป็นหลักสากลอยู่แล้ว เราควรยึดหลักสังคหวัตถุธรรม, พรหมวิหารธรรม และคิดเชิงบวก การใช้หลักการเหล่านี้ช่วยให้อารมณ์ผ่องใส ไม่เครียด เพราะหากเราอารมณ์ไม่ดี เคร่งเครียด จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายปั่นป่วน ส่งผลให้ระดับความดันสูง ส่วน 3 คือ อ.ออกกำลังกาย ด้วยการเต้นแอโรบิก เคลื่อนไหวร่างกายต่อเนื่อง เพื่อให้หัวใจเต้นเร็วประมาณ 120-130 ครั้งต่อนาที ทำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

“การบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อและเอ็นแข็งแรง โดยผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ อยากแนะนำการเดินทน เป็นการเดินอย่างนางแบบ เดินให้เร็ว เดินอย่างถูกต้อง การเดินทนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อทรวงอก อีกทั้งเป็นการใช้แรงมากกว่าการวิ่ง เผาผลาญได้มากกว่า ทำให้มีบุคลิกดี เพราะเป็นการเดินตัวตรงตลอดเวลา” นพ.สุกิจกล่าว

ต่อมาเวลา 13.00 น. มีกิจกรรมเวิร์กช็อป ศิลปะผ้ามัดย้อม “ชิโบริ” สไตล์ญี่ปุ่น โดย อ.ศรุดา กันทะวงค์ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก จากนั้นในเวลา 14.00 น. บุ๋ม-ปนัดดา วงษ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย นักแสดง และพิธีกรชื่อดัง ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “ดูแลสุขภาพในแบบฉบับหน้ากากมังกร”

บุ๋ม ปนัดดา กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ยังทำงานอยู่ รับงานพิธีกรเป็นหลัก ส่วนเรื่องละครยังเว้นช่วงไว้ เพราะก่อนหน้านี้ติดถ่ายรายการหน้ากากนักร้อง แน่นอนว่าทำงานหนักก็ต้องดูแลสุขภาพหนักพอสมควร เราอยากทำงานทุกงานให้ได้คุณภาพมากที่สุด พอช่วงเป็นหน้ากากมังกรต้องเข้าใจว่างานร้องเพลงส่วนใหญ่เป็นงานกลางคืน แต่ถ่ายรายการตอนกลางวัน ทำให้มองว่าเราทำงานไม่หยุด อีกทั้งมีงานร้องเพลงต่างประเทศด้วย พอต้องเดินทางก็เลยเป็นปัญหา ที่เสียงอู้อี้อย่างวันนี้เพราะภูมิแพ้ขึ้น ภูมิคุ้มกันเราลดลง

“มีเทคนิคการดูแลสุขภาพด้วยการนอน และส่วนตัวเป็นคนทานได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ยกเว้นก่อนขึ้นคอนเสิร์ตที่หลีกเลี่ยงของหวาน เพราะทำให้หนืดคอ อีกทั้งตัวเองไม่ใช่คนดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่มีโรคประจำตัว แต่อย่างน้อยก็ตรวจสุขภาพปีละครั้ง เมื่อ 12 ปีที่แล้วตอนตรวจสุขภาพพบว่าเจอเซลล์ที่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง ตกใจว่ามันเกิดขึ้นกับตัวเองจริงหรือ พอกลับไปหาหมออีกครั้งก็ยังพบว่าเป็นแค่เซลล์เปลี่ยน ไม่ถึงขั้นเป็นมะเร็ง” บุ๋ม ปนัดดากล่าว และว่า จึงเปลี่ยนตัวเองใหม่ เปลี่ยนชีวิตใหม่ เลิกทานอาหารปิ้งย่าง ไม่เครียด นั่งสมาธิ อยากไปเที่ยวไหนก็ไป

“ทานวิตามินบ้าง แต่ไม่ใช่ทานตัวเดิมซ้ำๆ กันทุกวัน เราต้องดูว่าวันนี้เราทานอาหารอะไรไป ได้สารอาหารครบทุกหมู่ไหม ถ้าขาดหมู่ไหนค่อยทานวิตามินเสริม จะทานทุกตัวซ้ำๆ กันทุกวันไม่ได้ ต้องเว้นบ้าง เรื่องออกกำลังกายมียกเวท เดินบนลู่วิ่ง แต่ไม่ใช่วิ่งเพราะทำให้ข้อเข่าเสื่อม ใช้การเดินเร็ว เดินอย่างต่อเนื่อง ดีกว่าอยู่กับที่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย” บุ๋ม ปนัดดากล่าว

บุ๋ม ปนัดดากล่าวต่อว่า ตนเองใช้การยึดสายกลาง ถ้ามีคำยินดีเข้ามาก็ขอบคุณ มีอะไรร้ายก็ตั้งรับ ไม่ยึดติดกับคำเยินยอหรือชื่อเสียง ไม่ทุกข์ระทมกับทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนทางสังคมเอง คนเราแค่ถือศีล 5 เท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับพระที่ถือศีลมากกว่า แต่เรากลับทำไม่ได้ ทุกวันนี้ยังมีปัญหาให้เห็น เช่น การฆ่าหั่นศพ การเป็นกิ๊กกับคนอื่นโดยที่เจ้าตัวยังภูมิใจอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น สุดท้ายอยากฝากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ ถึงเราจะดีขนาดไหน สวยขนาดไหน แต่ถ้าสุขภาพไม่ดีก็จบ

จากนั้นในเวลาเวลา 15.00 น. มีกิจกรรม Healthy Talk เรื่อง สายตาดีด้วยวิธีมหัศจรรย์ โดยคุณอุราภา วัฒนะโชติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ ต่อด้วยเวลา 16.00 น. มีเสวนาเรื่อง ก้าวสู่ผู้สูงวัยอย่างรู้ทัน โดย ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน รักษาการแทน ผู้อำนวยการศูนย์ที่พักอาศัยผู้สูงอายุแบบครบวงจร คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี และในเวลาเดียวกัน มีกิจกรรมเวิร์กช็อป สนุกกับฟีเจอร์ใหม่ใน Facebook โดย OPPY CLUB ต่อด้วยกิจกรรม Healthy Exercise “ฟิตเกินวัย ร่างกายแข็งแรง” และปิดท้ายด้วยกิจกรรม “เพลงสร้างสุข” จากนักร้อง นักดนตรี วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์

ทั้งนี้ งานเฮลท์แคร์ 2017 “ฟิตเกินวัย ใจเกินร้อย” จะจัดไปถึงวันที่ 4 มิถุนายน ที่เพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00-20.00 น.