‘ดีเอสไอ’ปัดแกล้ง’บอย ยูนีตี้’ ไฮโซเจ้าของโชว์รูมรถหรู ลั่นดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน

2.06.17 | 16:15 น.
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจรถยนต์หรูที่หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ประเทศอังกฤษ ส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอว่ามีรถยนต์ 42 คัน ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษมาขายในโชว์รูมประเทศไทย ว่า ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีดังกล่าว ว่ามีตัวแทนจากบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์รายหนึ่งประสานขอเข้าพบเพื่อชี้แจงหลักฐานการนำเข้ารถ ตนยืนยันว่าดีเอสไอจะดำเนินการตามหลักฐานและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ต้องรอความชัดเจนจากการตรวจสอบเอกสารที่ผู้นำเข้ารถจะนำมาชี้แจงก่อน

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีรถยนต์เลี่ยงภาษีอากรและสำแดงราคาต่ำ ว่า กรณีของนายภาณุศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ ไฮโซชื่อดัง เป็นเจ้าของบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ ย่านรัชดาภิเษก และย่านสุขุมวิท ออกมาระบุว่านำเข้ารถยนต์อย่างถูกต้อง โดยยื่นแสดงหลักฐานการนำเข้าผ่านกรมศุลกากรอย่างถูกต้องนั้น เป็นเรื่องของนายภาณุศักดิ์ แต่เมื่อดีเอสไอพบว่ารถยนต์ที่นายภาณุศักดิ์นำเข้าบางคันเป็นรถที่อยู่ในบัญชีรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ ดีเอสไอจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนขั้นตอนการนำเข้าจะถูกต้องจริงหรือไม่ ดีเอสไออยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตามพยานหลักฐาน โดยไม่มีความประสงค์ที่จะกลั่นแกล้งนายภาณุศักดิ์ ทั้งนี้ สิ่งที่อยากฝากคือให้นายภาณุศักดิ์ไปสอบถามกับทางกรมศุลกากร และเมื่อถึงเวลาก็อยากให้นายภาณุศักดิ์มาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนต่อไป

“ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ไปพบหรือพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จัก หรือรับโทรศัพท์เบอร์แปลก เพราะเกรงว่าจะมีการแอบอ้างว่ามีการเจรจาหรือเคลียร์คดี ทั้งนี้ ผมยืนยันอีกครั้งว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ตอนนี้รอเพียงการประเมินภาษีจากกรมศุลกากร ดีเอสไอได้ส่งข้อมูลรถยนต์ 30 คัน ไปยังกรมศุลกากรแล้ว” พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว