ผู้ก่อเหตุขับรถชน ตร.จราจร เป็นนักศึกษา ม.ดัง ตรวจไม่พบสารเสพติด พบประวัติเกี่ยวกับร่วมกันทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืนรวม 5 คดี แถมเป็นหนึ่งใน ‘แก๊งโอริโอ้’ มีพฤติกรรมกร่างนอกเกม ด้าน ร.ต.อ.อาการโคม่า สมองบวม
จากกรณีชาย 2 ราย อายุประมาณ 25-30 ปี ขับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สีขาว ทะเบียนอุบลราชธานี พุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ อายุ 59 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สน.บางนา ขณะยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนฟุตปาธ ใกล้ด่านตรวจแอลกอฮอล์ บนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กม.1 ขาออก แขวงและเขตบางนา กทม. จนร่างกระเด็น อาการสาหัส เมื่อตรวจค้นรถของทั้ง 2 ราย พบทั้งอาวุธปืนและกระสุน เหตุเกิดราวตี 1 วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 22 พฤษาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คนขับรถชน ร.ต.อ.ธารณ ชื่อนายธนบัตร อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และนายอัครวินท์ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคเหนือ เป็นผู้โดยสาร โดยทั้งคู่เป็นคน จ.เชียงราย

จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนกล็อก 19 ขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก 24 นัด ซุกอยู่ในที่ใส่ยางอะไหล่ และจากการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด ไม่พบในร่างกายแต่อย่างใด
จากการสอบสวนนายธนบัตรให้การอ้างว่า ขับรถมาไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่าไม่รู้ว่าปืนที่อยู่ในรถเป็นของใคร จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส”

ส่วนนายอัครวินท์ แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ทราบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา กล่าวว่า จากการสอบถามแพทย์ที่ให้การรักษา ร.ต.อ.ธารณ ทราบว่า ร.ต.อ.ธารณ อาการยังโคม่า สมองบวม เลือดกระจายทั่ว กระดูกต้นคอหัก และมีแผลตามลำตัว แขน ขา จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การวกวน แต่ไม่พบว่ามีการดื่มเหล้าและเสพยา ให้การอ้างแค่ว่ามองไม่เห็นตำรวจ ซึ่งจะต้องนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดในช่วงบ่ายต่อไป
มีรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านานอัครวินท์มีประวัติเกี่ยวกับร่วมกันทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืน รวม 5 คดี และยังเป็นหนึ่งในแก๊งโอริโอ้ที่เป็นข่าวโด่งดังช่วงต้นปี 2568 อีกด้วย


