อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง เลื่อนสั่งคำสั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถูกกล่าวหาทำร้ายลูกน้อง เมื่ออัยการยังพิจารณาในส่วนที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 24 ก.ค.นี้
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 นัดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มาฟังคำสั่งในคดีที่ถูก พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท แจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินทางมาพร้อมกับนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว
คดีนี้ พ.ต.ท.คริษฐ์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2560 ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช้มือขวาตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ต่อมาวันที่ 23 ก.พ.2560 เริ่มมีอาการปวดหูและปวดศีรษะอย่างรุนแรง จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่ รพ.กรุงเทพ แพทย์วินิจฉัยพบว่าแก้วหูซ้ายทะลุฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง อันเป็นผลจากการถูกทำร้าย

สำหรับการเข้าพบพนักงานอัยการในวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มาในชุดสูทสีฟ้า ด้วยใบหน้าแจ่มใส เข้าไปลงลายมือชื่อกับพนักงานอัยการและเดินทางกลับ โดยกล่าวเพียงว่า ให้สอบถามผ่านทางทนายความเพียงอย่างเดียว
ด้านนายสัญญาภัชระกล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการ วันนี้พนักงานอัยการยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น จึงเลื่อนฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 24 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ไม่ได้หมายความว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ขอเลื่อนหรือประวิงเวลา แต่เป็นการทำตามขั้นตอน เราจะดำเนินการภายในกรอบของกฎหมายตามขั้นตอนไหนที่มองว่าจะเกิดความเป็นธรรมแก่ลูกความ อำนาจของการพิจารณาอยู่ที่พนักงานอัยการ การร้องขอความเป็นธรรมเป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวน

นายสัญญาภัชระกล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นการถูกกล่าวอ้างว่าเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2560 ระยะเวลาผ่านมานานถึง 9 ปี ที่ผ่านมาก็ยังมีการทำงานร่วมกันอยู่ จึงเป็นข้อสังเกตและยื่นขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ว่าเรื่องผลการพิสูจน์จะเป็นอย่างไร ส่วนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฟ้องกลับ พ.ต.ท.คริษฐ์ฐานแจ้งความเท็จ ศาลได้รอให้คดีทำร้ายร่ายกายที่ถูกกล่าวหานี้พิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อน และจะพิจารณาคดีในเรื่องการแจ้งความเท็จต่อไป

