พนักงานสอบสวนเตรียมฝากขัง 2 ผู้ต้องหา คดีขับรถพุ่งชนตำรวจจราจร สน.บางนา หลังพบปืนพร้อมกระสุนในรถ ตำรวจเผยด่านตรวจมีไฟส่องสว่างชัดเจน มองเห็นได้จากระยะไกลกว่า 300 เมตร
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ สน.บางนา พ.ต.ท.เศกสิทธิ์ แพลอย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางนา, พ.ต.ท.นพดล จำปีแขก สว.สส., ร.ต.อ.ไพบูลย์ มาลา รอง สว.(สอบสวน) สน.บางนา นำตัวนายธนบัตร และนายอัครวินท์ คนขับรถและผู้โดยสารรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สีขาว ทะเบียนอุบลราชธานี พุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ อายุ 59 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สน.บางนา ขณะยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนฟุตปาธ ใกล้ด่านตรวจแอลกอฮอล์ บนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กม.1 ขาออก แขวงและเขตบางนา กทม. จนร่างกระเด็น อาการโคม่า โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง
จากการสอบสวนนายธนบัตรให้การว่า เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 2 ส่วนนายอัครวินท์ เรียนคนละมหาวิทยาลัย แต่ชั้นปีที่ 2 เช่นกัน รถคันเกิดเหตุผู้ปกครองเป็นคนเช่าให้ใช้ขับไปเรียน และปืนพกพร้อมเครื่องกระสุน ตนซื้อมาทางอินเตอร์เน็ตเพื่อป้องกันตัวในราคา 85,000 บาท แต่ยังไม่ได้โอนเป็นชื่อตน ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากรังสิต จะไปส่งเพื่อนที่บางนา อีกแค่ 2 กม.ก็จะถึงบ้านเพื่อน มาถึงที่เกิดเหตุไม่ทันสังเกตจึงไม่เห็นตำรวจ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ด้านอาการของ ร.ต.อ.ธารณ ยังโคม่า แพทย์ต้องเฝ้าสังเกตอาการตลอด โดยช่วงบ่ายทางโรงพยาบาลไทยนครินทร์จะเรียกประชุมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง เพื่อสรุปวิธีการรักษา เนื่องจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองขั้นรุนแรง ห้ามเคลื่อนย้ายเด็ดขาด
พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผู้กำกับการ สน.บางนา เปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ส่วนนายธนบัตร คนขับรถ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานร่วมกันขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองอย่างละเอียด ทั้งเส้นทางการเดินทาง อาวุธปืนว่าเป็นของใคร รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปฝากขังต่อศาลอาญาพระโขนงในวันพรุ่งนี้

ส่วนแก้วน้ำที่พบภายในรถ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทใด อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถคันก่อเหตุ รวมถึงรถตำรวจจราจรที่ได้รับความเสียหายอย่างละเอียด
ขณะที่ พ.ต.ท.คมคิด บำเพ็ญบุญ สารวัตรจราจร สน.บางนา เปิดเผยว่า จุดตั้งด่านอยู่ห่างจากทางโค้งที่เลี้ยวมาจากถนนสุขุมวิทประมาณ 350-400 เมตร ถือเป็นระยะที่สามารถมองเห็นด่านได้ชัดเจน ภายในด่านมีทั้งสัญญาณไฟ กระบองไฟ กรวยจราจร และไฟส่องสว่างครบถ้วน
ลักษณะด่านเป็นการบีบช่องทางจราจรจาก 4 เลน เหลือ 2 เลนกลาง โดยช่องขวาสุดปิดด้วยกรวย ส่วนช่องซ้ายสุดใช้เป็นช่องทางปลอดภัยสำหรับรถที่เรียกตรวจเป็นกรณีพิเศษ และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรวม 12 นาย
สำหรับรองสารวัตรจราจรที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ทำหน้าที่เป็นตำรวจสเก๊าต์ คอยสังเกตรถต้องสงสัยอยู่ห่างจากด่านประมาณ 50 เมตร โดยยืนอยู่บนฟุตปาธ ไม่ได้ลงมายืนบนพื้นผิวการจราจร และรถจักรยานยนต์ของเจ้าตัวก็จอดชิดขอบทาง ไม่ได้กีดขวางถนนแต่อย่างใด จึงถือเป็นลักษณะของการพุ่งชนบนฟุตปาธ

พ.ต.ท.คมคิดยังระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่คนขับอาจใช้ความเร็วหลังพ้นทางโค้ง และเมื่อเห็นด่านอาจเกิดอาการตกใจจนเผลอเหยียบคันเร่งแทนเบรก หรืออาจตกใจเพราะมีสิ่งผิดกฎหมายภายในรถ แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ต้องรอผลสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนอาวุธปืนที่พบในรถนั้น หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นรถ โดยนายอัครวินท์ ผู้โดยสาร เป็นผู้นำชี้จุดบริเวณท้ายรถที่เก็บอาวุธปืนไว้ในกล่อง พบเป็นปืนมีทะเบียนพร้อมเครื่องกระสุน 24 นัด ซึ่งผู้โดยสารอ้างว่าเป็นปืนของบุคคลอื่น
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังให้การเบื้องต้นว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถเช่า ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืน รถยนต์ และเส้นทางการเดินทาง ต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนต่อไป
พ.ต.ท.คมคิดยืนยันว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุหลังตี 1 สภาพถนนค่อนข้างโล่ง และบริเวณด่านมีไฟส่องสว่างครบถ้วน ไม่มีต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางบดบังทัศนวิสัยจนทำให้มองไม่เห็นด่านตำรวจแต่อย่างใด


