เริ่มพรุ่งนี้ ร้านค้ายืนยันสิทธิร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘ถุงเงิน’ เว้นร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน ลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้
สำหรับการใช้จ่ายผ่านร้านค้าในโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ขณะที่การใช้จ่ายผ่านระบบ Food Delivery จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า
น.ส.ลลิดากล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
“รัฐบาลขอเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายฐานลูกค้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับชุมชน โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่าการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและประชาชนในพื้นที่ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน” น.ส.ลลิดากล่าว
ด้านนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยความคืบหน้าร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมความพร้อมเปิดให้สถาบันการเงินเข้าประมูลเงินกู้ในสัปดาห์หน้า ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 175,000 ล้านบาท เนื่องจากจำเป็นต้องเริ่มเบิกจ่ายเงินให้ทันภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า รูปแบบการกู้เงินนั้นประกอบด้วย 1.การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note-PN) โดย สบน.จะเปิดให้สถาบันการเงินเข้ามาเสนอราคาแข่งขัน (Bid) ภายในสัปดาห์หน้า ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะมีอายุ 3-5 ปี และจะทยอยออกประมูลในวงเงินเดือนละ 35,000 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งเมื่อรวมวงเงินตลอด 4 เดือนแล้ว รวมทั้งสิ้น 140,000 ล้านบาท จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 และ
2.สัญญาเงินกู้ธนาคารระยะยาว (Term Loan) ในขณะเดียวกัน สบน.จะดำเนินการคู่ขนานด้วยการเปิดประมูลสัญญาเงินกู้ธนาคารระยะยาววงเงิน 35,000 ล้านบาท ซึ่งมีอายุ 3-5 ปี เช่นเดียวกันซึ่งจะทยอยกู้ตามความต้องการใช้งานจริง ทั้งนี้ ทำให้มียอดกู้ ล็อตแรกรวม 175,000 ล้านบาท

