หน้าแรก ในประเทศ คำแถลงฉบับเต็...

คำแถลงฉบับเต็ม ดร.มัลลิกา นำประสบการณ์ 3 กระทรวง ท้าชิงผู้ว่าฯ ‘ฟื้นส.ข.ทันที’ ปัดฝุ่น ‘SME จับคู่กู้เงิน’

25.05.26 | 19:09 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ ร้านเตี๋ยวในสวน ถนนระนอง2 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ  สืบเนื่องกรณี ดร. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แถลงเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้สโลแกน “มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา HUMAN INNOVATION” (อ่านข่าว ดร.มัลลิกา แถลงชิงผู้ว่าฯ ชู AI พัฒนาเมือง ลั่น ชาวกรุงต้องสบายวันนี้ ไม่รอ 60 ปีรุ่นลูกหลาน) 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร. มัลลิกา ระบุถึง รายละเอียดในด้านนโยบายว่า จะต้องเตรียมข้อมูลลรวมทั้งมีความพร้อมในการที่จะบอกพี่น้องประชาชน นั่นคือนโยบายในการใช้ทั้งAI และใช้ระบบฝนล้างฝุ่น

“นโยบายแรกคือ เราพุ่งเป้าเพื่อวัดKPI ใน3เดือน 7เดือน คือ นโยบายจัดการจัดการฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นมลพิษทำลายคุณภาพชีวิตและทำลายศักยภาพของพี่น้องประชาชน และศักยภาพของคน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่วัยทำงาน โดยเราจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี สร้างอากาศดี โดยใช้ทั้งระบบนวัตกรรมมารองรับทั้งเรื่องเกี่ยวกับการตรวจจับและเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติการเพื่อล้างฝุ่น

โดยเราจะใช้ประสบการณ์ของความเป็นดร.มัลลิกาที่ผ่านประสบการณ์ 3 กระทรวง ระบบที่เรียกเรียกว่าบูรณาการ จะใช้ทักษะแห่งการบูรณาการที่เรามีประสบการณ์ เพื่อที่จะเชื่อมต่อกับรัฐบาล แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติการร่วมกันกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้นระบบบูรณาการนี่แหละที่จะพาสามารถทำให้ประสบความสำเร็จ ในการจัดการได้อย่างแท้จริง” ดร. มัลลิกา กล่าว

Advertisement

ดร. มัลลิกา กล่าวต่อไปว่า เราจะใช้ AI Traffic ซึ่งจะเป็นกลไกสมองกลมาเชื่อมต่อกับระบบที่มีรองรับอยู่แล้ว นั่นคือระบบสมองคน สมองเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนของระบบไฟแดง ระบบสัญญาณไฟ ระบบของกล้องวงจรปิด เราจะเชื่อมต่อAI Traffic เพื่อที่จะใช้สมองกลในการจัดการในปฏิบัติการทำงานทุกวัน เพื่อรองรับปัญหาต่างๆที่มันเกิดขึ้นและแก้ไขได้ทันท่วงที เราจะมีเรดาร์น้ำท่วม ตรวจจับตั้งแต่ก้อนเมฆและเมื่อรู้เราก็จะมีแผนปฏิบัติการบนคลาวด์ นั่นคือการบริหารจัดการระบายน้ำอย่างถูกต้อง เหมาะสม ไม่มีการเมืองทางฝั่งตะวันตก ตะวันออกมาเกี่ยวข้อง แต่เราจะระบาย โดยใช้ระบบของเทคโนโลยีรองรับและวิเคราะห์

“นอกจากนั้นแล้วเรายังมีเมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นgen z ,gen y ,gen x และgenต่างๆ ที่กำลังทำงาน เราสามารถที่จะกลับบ้านตอนไหนก็ได้ ทำงานที่ไหนก็ได้ สามารถที่จะนั่งใต้ร่มไม้ของกรุงเทพฯ สวนสาธารณะ และในพื้นที่ต่างๆของกรุงเทพฯ มีความปลอดภัย24ชั่วโมง ทั้งหญิงและชาย จะดีขนาดไหนถ้าเราสามารถเพิ่มงานเพิ่มอาชีพเพิ่มรายได้ โดยการนั่งทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ โดยการมีจ๊อบเพิ่ม เสริมจากงานประจำที่มีอยู่ และสามารถที่จะปล่อยผ่านไปในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง พ่อแม่ ไม่ต้องห่วงลูกหลาน ลูกหลานไม่ต้องเป็นห่วงพ่อแม่ และทุกคนสามารถใช้ชีวิตปลอดภัย24ชั่วโมง โดยระบบทั้งAI generate ความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดที่เพียงแค่ คุณล้มลงแต่ระบบAI เมื่อตรวจจับตรวจเจอจะมีสัญญาณเกิดขึ้น นั่นคือความปลอดภัยที่ไม่ต้องรอเรียก191 และระบบชาร์จตัวผู้ที่ถูกอาชญากรรมหรือใดๆก็ตามแต่ จะมีหูตาของAI ที่generateร่วมกันกับ CCTVที่มีอยุ่ทั้งเมืองรองรับ นั่นคือความปลอดภัย ในยุคใหม่ สมัยใหม่” ดร.มัลลิกา กล่าว

ดร. มัลลิกา กล่าวต่อไปว่า ไม่เพียงเท่านั้น ยังมี โครงการ SME จับคู่กู้เงิน ซึ่งประสบความสำเร็จ เมื่อครั้งรัฐบาลก่อนหน้านั้น โดยการเป็นProject Manager ร่วมกันกับรองนายกรัฐมนตรี

“โครงการจับคู่กู้เงินจะเป็นลักษณะของการที่กรุงเทพฯเป็นเจ้าภาพ ผลักดันSME ซึ่งเป็นผู้จ่ายภาษี Vat ในทุกๆเดือน สร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง โดยให้เมืองกรุงเทพฯ เป็นจุดรองรับ ผลักดันระบบของธนาคาร เปิดโครงการเพื่อให้ปล่อยกู้ สำหรับการStarup การทำธุรกิจSME ในภาวะเศรษฐกิจเตรียมกำลังจะตกสะเก็ด จากกรณีของพลังงานที่เกิดขึ้น ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อสถานการณ์ทำให้เราต้องปรับตัว

เมื่อได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. กรุงเทพทำได้ กรุงเทพเป็นเจ้าภาพได้ ผู้ว่าฯจัดการได้ ผู้ว่าฯเป็นเจ้าภาพได้ SME จับคู่กู้เงินจะเกิดขึ้นพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และ SME กรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนมากในประเทศของเรา จะกลายเป็นคนที่สามารถบริหารจัดการและสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนและจะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจในภาวะที่มีปัญหาพลังงานระดับโลกจะไม่มี เรื่องเกี่ยวกับคนตกงานหรือเศรษฐกิจตกสะเก็ดหรือแม้กระทั่ง Trafficของเศรษฐกิจไม่เกิดขึ้น ตรงนี้เราได้เตรียมแผนรองรับ พร้อมโดยประสบการณ์แล้ว” ดร.มัลลิกา กล่าว

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า นอกจากนั้นเราจะมี โครงการสตรีทฟู้ด Street Food ซึ่งเป็นเสน่ห์ของมหานครใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มีเสน่ห์มากกว่าโตเกียว มีเสน่ห์มากกว่าปารีส มีเสน่ห์มากกว่านิวยอร์ก เราจะทำให้สตรีทฟู้ดกลายเป็นวิถีที่นักท่องเที่ยวและที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ที่จะกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีความสุขกับการกิน ข้าว ปลา อาหาร ทุกภูมิภาคในเขตมหานครกรุงเทพฯได้ 24ชั่วโมง เป็นเมืองที่จะไม่หลับไหลในเรื่องของการกิน

“เราก็จะมีการยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้าน ที่เรียกว่าอนามัย ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่แล้วในกรุงเทพฯและประจำทุกเขตก็ดี กรุงเทพฯสามารถยกระดับเพื่อที่จะให้เทียบเท่าโรงพยาบาล โรงพยาบาลชุมชน เพื่อที่จะดูแลทั้งการเจ็บ การป่วย ดูแลทั้งเรืองคุณภาพชีวิตของพี่น้องชุมชนใกล้บ้าน และมันจะเป็นการลดจราจรไปติดขัดในโรงพยาบาลของรัฐใหญ่ๆ ก็จะเป็นการกระจายการดูแลสุขภาพประชาชน โดยกรุงเทพฯเป็นเจ้าภาพ” ดร. มัลลิกากล่าว

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า เราจะมีการสร้างเศรษฐกิจ สร้างค่าครองชีพ ลดค่าครองชีพแต่สร้างเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยการบริหารงานของผู้ว่าฯร่วมมือกัน กับทั้งทางภาคสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และสภาต่างๆ เพื่อที่จะรองรับตำแหน่งงานที่ในกรุงเทพฯ ในอนาคตอันใกล้ถ้าไม่เริ่มวันนี้ ถ้าไม่เลือกสิ่งดีๆเราจะมีปัญหา พลเมืองตกงานประมาณ 400,000 – 500,000 ตำแหน่ง ดังนั้นกรุงเทพฯจะกลายเป็นแหล่งรองรับพลเมืองคนรุ่นใหม่ตกงานอีกมาก ดังนั้นการลดค่าครองชีพแต่ขณะเดียวกันเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย โดยการสร้างอาชีพเสริม รวมทั้งเพิ่มอาชีพ เพิ่มตำแหน่งงาน โดยผู้ว่าฯเป็นเจ้าภาพ ใดใดก็ตามแต่ถ้าเกิดเราสามารถมีเจ้าภาพที่รับผิดชอบได้ สิ่งต่างๆที่จะเป็นปัญหา มันจะบรรเทาเบาบาง และมันจะลดความวิกฤตลงไป

“นี่คือสิ่งที่เราเชื่อมั่น เราจะสร้างเมืองเพื่อให้เมืองของเราเชื่อมโลก เชื่อมภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ๆ เราจะเชื่อมกับเมืองที่เป็น RCEP จะมี 25 ประเทศ และมีประชากรรวมกัน ซึ่งจะเป็นลูกค้าทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ทั้งหมดประมาณครึ่งโลก และมากกว่าครึ่งโลก ดังนั้นเราจะเชื่อมกับปักกิ่ง เราจะเชื่อมกับ ดูไบ เราจะเชื่อมกันกับ ทั้งอินเดีย และจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มมูลค้าทางการค้า โดยการจะสร้าง อี-คอมเมิร์ซ แล้วเราจะผลิตโดยกรุงเทพเป็นเจ้าภาพ เราจะเรียกมันว่า แอพพลิเคชั่น Hub อี-คอมเมิร์ซ เทียบเท่า TikTok แต่มันจะเป็นแพลตฟอร์มที่จะต้องหาเจ้าภาพให้ได้ และกรุงเทพมหานครจะเป็นเจ้าภาพ เพื่อสร้างระบบกลไกลการค้า การขายแห่งยุคสมัยใหม่ ใช้ เอไอเจนเนอเรทในปัจจุบันนี้ ให้คนมีทั้งรายได้ ให้รายได้นั้นดูแลทั้งประเทศ และสามารถที่จะสร้างตำแหน่งงานขึ้นอีกมากมาย

นอกจากนั้นเราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว เราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกมุมของทุกเขต ในกรุงเทพมหานคร จะไม่มีว่าพื้นที่สร้างสรรค์ จะมีเฉพาะในเขตใจกลางเมือง ในห้างใหญ่ๆ ในห้องแอร์ แต่เราจะมีการเพิ่มพื้นที่ทั้งสวนสาธารณะ ทั้งสวนดอกไม้ พื้นที่ว่างเปล่าทั้งหมด ผู้ว่าจะเป็นเจ้าภาพ นั่นคือสร้างเมืองขึ้นมาให้น่าอยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพ และปริมณฑล ทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งสำหรับนโยบายที่เตรียมในการที่จะตอบโจทย์ให้ครบครันกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองกรุงเทพซึ่งจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 4 ล้านกว่าคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ ไปเลือกตั้งเสมอประมาณแค่ 2 ล้านกว่าคน และไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นพลเมืองที่อยู่ร่วมกันในกรุงเทพ” นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวต่อไปว่า วันนี้ในฐานะที่เป็นพลเมืองหนึ่งซึ่งอยู่กรุงเทพ และมีทะเบียบบ้านอยู่เขตดุสิต มายาวนาน และใช้ชีวิตในเมืองมหานครแห่งนี้มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ตั้งแต่เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ตั้งแต่เป็นนักข่าวตามสำนักต่างๆ ในประเทศ ตั้งแต่เป็นนักการเมือง ตั้งแต่เป็นอินฟลูฯ ตั้งแต่เป็นพิธีกร ตั้งแต่เป็นผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ และตั้งแต่เป็น แชแนลประธานบริหาร อาคารห้างสรรพสินค้า ตึกแดง จนกระทั่งมาสร้างธุรกิจตัวเอง เชื่อว่า ไม่มีอะไรเกินความสามารถ เชื่อมั่นว่า ไม่มีอะไรที่จะเกินทักษะ และประสบการณ์ที่มีอยู่

“ดังนั้นจึงอยากบอกทุกคนว่า หากใครมีความรู้สึกห่วงใยว่า ดร.มัลลิกา จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ดร.มัลลิกาจะเดินไปข้างหน้า โดยด้วยการจับมือกับพี่น้องประชาชนทุกคน จะเดินไปข้างหน้า โดยใช้ทักษะการพูดการสื่อสาร และแน่นอนมากกว่าการพูด คือทักษะการจะรับฟัง เมื่อเราจะเป็นผู้บริหารเมือง แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด มากกว่าการพูดที่คุณรู้จัก คือการรับฟัง และเมื่อรับฟัง เราจึงรู้ว่าเมืองมหานครแห่งนี้ ยังมีงานให้ทำอีกมาก ยังมีปัญหาที่แย่ๆ ต้องเข้าไปแก้ ภายใน 3 วัน 7 วัน หลายคนบอกว่าเมืองก็ดีอยู่แล้ว แต่ดร.มัลลิกาบอกว่ามันจะดีกว่านี้ และมันจะประสบความสำเร็จในระยะเวลารวดเร็วกว่านี้ และมันจะไม่ต้องรอปีนี้หรือปีหน้า แต่เมื่อดร.มัลลิกาทำงาน เราจะไม่นับจากศูนย์ แต่จากประสบการณ์จาก 3 กระทรวงในการเป็นผู้บริหารระดับต้นของประเทศ เราสามารถนับตั้งแต่ 7, 8, 9 และ 10 เลย

ทั้งหมดนี้อยากฝากพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชน ถ้าจะช่วยอะไรดร.มัลลิกาได้ มิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย หรือเอฟซีที้คอยติดตามดร.มัลลิกา อย่างใกล้ชิด สิ่งที่ทุกคนจะทำได้นั่นคือ แชร์ กระจายข้อมูลข่าวสารความตั้งใจ ของดร.มัลลิกา ไปสู่พี่น้องประชาชน ด้วยความตั้งใจ จริงใจ

ขออนุญาตฝากความหวังไว้กับพี่น้องประชาชน และถ้าเกิดคุณอยากสร้างเมืองอนาคตของกรุงเทพมหานครไปด้วยกัน วันนี้ ฉันมาแล้ว และคุณไม่ต้องรอ เพราะบุคลิกภาพของดร.มัลลิกาเป็นคนที่ คิดเร็ว ทำเลย คิดเลย ทำทันที” ดร.มัลลิกา กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ความทุกข์และความลำบากในเมืองของตนไม่ได้น้อยไปกว่าประชาชนทุกคน ที่มองเห็นว่าปัญหายังค้างคา ยังมีอยู่ ดังนั้น หากจะหาคนตัดสินใจปัญหาอย่างทันท่วงที ตนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี และความพร้อม มีความเสียสละ มีเวลา สามารถเซตอัพทุกอย่างเพื่ออนาคตที่ดีได้ ส่วนทีม ไม่ได้มาคนเดียวแน่นอน มีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายอาชีพ เตรียมพร้อมแล้วมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องในบทบาทของผู้นำ

ดร.มัลลิกา ยังย้ำถึงนโยบายฟื้นสมาชิกสภาเขต หรือ ส.ข. โดยระบุว่า จะฟื้นสมาชิกสภาเขต หรือ ส.ข. โดยจะนำมาจัดการกฎหมายและระเบียบนำกลับคืนมาให้เป็นผู้แทนเขตในแต่ละเขต จะไม่ใช่มีเพียงแค่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้จะทำทันที

นอกจากนี้ จะใช้โซเชียลมีเดียโดยใช้ AI ในการพูดคุยกับทุกคนทุกรุ่นทุกเจเนอเรชันแล้วยืนยันว่าการไลฟ์สตรีมจะเป็นการรองรับการพบปะประชาชน ซึ่งการสื่อสารนั้นไม่สามารถสร้างภาพได้ เชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้การสนับสนุน