ญาติเหยื่อรายที่ 8 รถไฟชนรถเมล์ รับศพแล้ว เผยชีวิตผู้ตายโดดเดี่ยว อยากทำบุญให้ ไม่หวังเงินเยียวยา

26.05.26 | 13:26 น.

ญาติ ‘เสริมลาภ’ เหยื่อรถไฟรายสุดท้าย เตรียมรับร่างไร้วิญญาณ เผย ‘ห่างกันกว่า 30 ปี ชีวิตผู้ตายโดดเดี่ยวน่าสงสาร เป็นคนดี ขยัน’ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุกับครอบครัว หลังนั่งดูข่าวเพื่อนผู้ตาย-ที่ทำงานโทรบอก ขณะที่ ขสมก.-รฟท.รับดูแลค่าใช้จ่ายและเยียวยาครอบครัวทั้งหมด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.นันทวัลย์ อายุ 60 ปี พี่สาวคนโต พร้อมด้วยนายหลง อายุ 59 ปี มีศักดิ์เป็นน้องของบิดานายเสริมลาภ ปิ่นทอง หรือเอ อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทประกันภัย ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และเป็นศพสุดท้ายจากเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เดินทางมาติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา หลังจากก่อนหน้านี้ไม่มีญาติเดินทางมาแจ้งตามหาบุคคลสูญหาย โดยมีเพื่อนสนิทของนายเสริมลาภเดินทางมาด้วย

คดีนี้ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.สอบสวน สน.มักกะสัน ใช้เวลาติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถแกะรอยจากไอจีสตอรี่ของ “น้องโรส” หรือ น.ส.วิภารักษ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่โพสต์ภาพสุดท้ายไว้ ก่อนเชื่อมโยงกับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตายที่โทรศัพท์มาแจ้งว่าเพื่อนหายตัวไปจากที่ทำงานอย่างผิดปกติ นำไปสู่การติดต่อนายไพรัช ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อของผู้เสียชีวิต ให้เข้ามาตรวจ DNA เพื่อเปรียบเทียบพิสูจน์อัตลักษณ์ จนยืนยันตัวบุคคลได้สำเร็จ แม้ทั้งสองจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ด้านนางนันทวัลย์ หรือนัน อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมเครือญาติที่เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า เลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เคยนอนบ้านเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตและไม่ได้พบหน้ากันมานานกว่า 30 ปี แม้จะห่างหายกันไป แต่ก็ยังติดต่อและคอยช่วยเหลือกันมาตลอด หากมีอะไรก็จะโทรหาน้องเสมอ ยอมรับว่าตอนเกิดเหตุยังนั่งดูข่าวอยู่ ไม่คิดเลยว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตจะเป็นคนในครอบครัว จนกระทั่งเพื่อนของผู้ตายและบริษัทที่ทำงานติดต่อมา จึงรีบเดินทางมาดำเนินเรื่องทันทีตั้งแต่สัปดาห์ก่อน

“ชีวิตน้องโดดเดี่ยว บางครั้งก็ไม่ค่อยรับสาย จึงไม่ค่อยได้คุยกัน จะคุยกันแต่ละครั้งก็ช่วงวันสำคัญ เขาเป็นคนเก่ง ขยัน นิสัยดี พ่อ แม่ และน้องเสียชีวิตหมดแล้ว ทำงานด้านประกันภัย ต้องเดินไปทำงาน กลับบ้านดึกทุกวัน บางครั้งเราไปหาก็ต้องยืนรอหน้าบ้านมืดๆ เพราะเขายังไม่กลับ ไม่มีครอบครัว ชีวิตน่าสงสารมาก” นางนันทวัลย์กล่าว

Advertisement

นางนันทวัลย์กล่าวยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใดๆ ครอบครัวเพียงต้องการรับร่างกลับไปทำบุญและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น

“เราไม่ได้หวังเงินทองอะไรเลย ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลและส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด” นางนันทวัลย์กล่าว

หลังจากนี้ญาติจะนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชมภูเวก อ.เมือง จ.นนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุกระดูกของพ่อ แม่ และน้องสาวของผู้เสียชีวิต ส่วนห้องพักของผู้ตายนั้น ครอบครัวยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ และอยู่ระหว่างหารือกัน

ขณะที่นายธนกร สังข์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาบุคคล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งเดินทางมาร่วมในวันนี้ด้วย กล่าวว่า ขสมก.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะรับผิดชอบดูแลเรื่องการรับศพ การจัดพิธีทางศาสนา และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งญาติสามารถกำหนดวันและขั้นตอนต่างๆ ได้ตามความประสงค์

นายธนกรระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ขสมก.ได้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องงานศพอย่างใกล้ชิด

ด้านนายประลองพล ธิวงศ์ บุคลากรและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง รฟท.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียเช่นกัน และพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน อยู่ระหว่างดำเนินการเอกสาร โดยนัดหมายให้นายไพรัตน์  อายุ 34 ปี ญาติที่มาตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งบิดาของนายไพรัตน์กับผู้เสียชีวิตเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เพื่อเดินทางมารับร่างผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชด้วย

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) กองบัญชาตำรวจนครบาล ประชุมร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเทียบเคียงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การรถไฟ โดยเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติม 7 ปาก ประกอบด้วย นายสถานีคลองตัน, นายสถานีมักกะสัน, เจ้าหน้าที่ประจำซุ้ม 3 ซุ้ม, สารวัตรรถไฟ และผู้เชี่ยวชาญการขับรถไฟ

เบื้องต้นได้รับรายงานว่า พยานทั้ง 7 ปากอยู่ระหว่างทยอยเข้าให้ข้อมูล ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ให้ฝ่ายจราจรขอรายงานการปฏิบัติงาน ในการจัดการจราจรและประชาสัมพันธ์ บริเวณจุดตัดตัดทางรถไฟในพื้นที่ ตามมาตรการ จัด จับ ปรับ เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด หรือฝ่าฝืนกฎจราจร