กองปราบ-อย.ทลายโรงงานกัญชาเถื่อน! รวบสาวไทย-หนุ่มเวียดนาม ยึดช่อดอกไร้แหล่งที่มา 138 กิโลฯ ตะลึงห้องแล็บสกัดสารกัญชา เข้าข่ายเป็นยาเสพติด
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี นำหมายค้นศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปกัญชาแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 2 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ น.ส.อินทิรา อายุ 42 ปี และ Mr.Pham สัญชาติเวียดนาม แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานที่ และเป็นผู้นำตรวจค้น จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบช่อดอกกัญชาอัดแท่ง จำนวน 138 กิโลกรัม, ของเหลวสีน้ำตาลต้องสงสัยสารสกัดจากกัญชา บรรจุในขวดโหลแก้วจำนวน 3 ลิตร, ถังอากาศสีฟ้า ขนาด 12.5 กก. จำนวน 56 ถัง และถังอากาสสีลวดลาย ขนาด 2.2 กก. อีกจำนวน 9 ถัง

สอบสวน น.ส.อินทิรา และหุ้นส่วนชาวเวียดนาม ไม่สามารถนำเอกสารมาสำแดงแหล่งที่มาของช่อดอกกัญชาทั้งหมดได้ ซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) จึงแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มาตรา 52 ฐาน “ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ หรือกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้” ซึ่งมีโทษพักใช้ใบอนุญาต 90 วัน หรือยึดใบอนุญาต
ส่วนของเหลวสีน้ำตาลใสในห้องแล็บ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะเป็นสารสกัดจากกัญชาที่มีปริมาณสาร THC เกินกฎหมายกำหนด ซึ่งเข้าข่ายเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จึงได้ตรวจยึดส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด หากผลตรวจยืนยันว่าเป็นสารเสพติด จะแจ้งข้อหา “ครอบครองยาเสพติด” เพิ่มอีกคดีทันที
ขณะที่เรื่องถังอากาศนั้น น.ส.อินทิราให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







